บริการออกแบบสีผม และย้อมสีผมโดยช่างสไตล์ญี่ปุ่นมืออาชีพ
เนื่องจากการทำสีผมที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีจะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง และความชำนาญของช่างในการวิเคราะห์คุณภาพเส้นผม รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้ผมเสีย ที่สำคัญจะต้องมีความเชี่ยวชาญในการเลือกใช้สีและส่วนผสมที่เหมาะสม สำหรับการทำสีผมนั้น นอกจากจะช่วยเสริมบุคลิกภาพ สร้างสีสัน ยังแสดงออกถึงความเป็นตัวคุณ การเลือกซาลอนที่ให้บริการออกแบบสีผมที่มีคุณภาพจึงต้องเลือกอย่างพิถีพิถันที่สุด
ซึ่ง MOGA เราเป็นร้านทำสีผมพรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ ที่พร้อมให้บริการอย่างใส่ใจในทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การปรึกษาและออกแบบสีผมที่เหมาะกับลูกค้า รวมถึงไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าคุณจะมีหนังศีรษะแพ้ง่าย ต้องการสีย้อมจากธรรมชาติ หรือหลงใหลโทนสีสไตล์ญี่ปุ่น เราได้คัดสรรผลิตภัณฑ์ชั้นนำหลากหลายแบรนด์ไว้ตอบโจทย์ทุกความต้องการ อีกทั้งยังพร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสีผม เพื่อสุขภาพของเส้นผมที่แข็งแรงยาวนาน
บริการและประเภทของสีทำผม
สีย้อมผมสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ซึ่งแต่ละประเภทจะให้ผลลัพธ์ ความติดทน และผลกระทบต่อเส้นผมที่แตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับความต้องการจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญก่อนตัดสินใจทำสี
สีย้อมผมแบบ Permanent
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสีผม และคาดหวังผลลัพธ์ที่ต่างจากเดิมอย่างชัดเจน เช่น ต้องการทำให้สีอ่อนกว่าสีธรรมชาติ หรือปิดผมขาวให้เนียนสนิท เพราะสีย้อมผมแบบ Permanent (สีถาวร) สามารถกำจัดเม็ดสีเดิมของเส้นผมได้มาก ทำให้ผมสว่างขึ้นได้ตามต้องการ โดยโมเลกุลของสีจะซึมเข้าไปทำงานในชั้นเนื้อผมหรือ Cortex ได้อย่างสมบูรณ์ ให้สีติดทนได้นานหลายเดือน
MOGA’s recommendation: สีถาวรจะส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของเส้นผมมากที่สุดในบรรดาสีทั้ง 3 ประเภท จึงจำเป็นต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ และเลือกใช้บริการจากช่างที่มีความเข้าใจถึงขั้นตอนในการวิเคราะห์และประเมินโครงสร้างเส้นผมเป็นอย่างดี
สีย้อมผมแบบ Demi-Permanent
เหมาะสำหรับใครที่อยากปรับโทนสีให้เข้มขึ้นหรือเปลี่ยนโทน โดยไม่ต้องการให้ผมสว่างขึ้นจากเดิม หรือต้องการปิดผมขาวแบบที่อ่อนโยนต่อเส้นผมมากกว่าสีถาวร เพราะ Demi-Permanent Color (สีกึ่งถาวร) สามารถกำจัดเม็ดสีเดิมของผมได้เพียงบางส่วน โมเลกุลของสีจะลงลึกได้ถึงเพียงบริเวณรอบนอกของชั้น Cortex ทำให้อ่อนโยนต่อเส้นผมมากกว่าสีแบบถาวร และติดทนได้นานกว่าสีแบบ Semi-Permanent โดยติดทนประมาณ 6-8 สัปดาห์
MOGA’s recommendation: ควรใช้สีกึ่งถาวรสลับกับสีถาวรในการปิดผมขาว เพื่อช่วยถนอมคุณภาพเส้นผมในระยะยาว
สีย้อมผมแบบ Semi-Permanent
เหมาะสำหรับใครที่อยากลองเปลี่ยนโทนสีแบบไม่ถาวร หรือต้องการเพิ่มมิติให้ผมเป็นครั้งคราวโดยไม่กระทบโครงสร้างเส้นผมเลย เพราะ Semi-Permanent Color ไม่มีปฏิกิริยาออกซิเดชันกับเส้นผม จึงไม่กำจัดเม็ดสีเดิมและไม่ทำให้ผมสว่างขึ้น เม็ดสีจะเคลือบอยู่ที่ชั้น Cuticle หรือเกล็ดผมเท่านั้น ไม่มีส่วนผสมของแอมโมเนีย จึงเป็นสีย้อมผมที่อ่อนโยนต่อเส้นผมที่สุดในบรรดาสีทั้ง 3 ประเภท เหมาะกับคนที่อยากทดลองสีใหม่ ๆ ก่อนตัดสินใจทำสีถาวร
MOGA’s recommendation: สีจะเริ่มจางลงหลังผ่านการสระผมประมาณ 4-5 ครั้ง หรือติดทนได้เพียง 2-3 สัปดาห์เท่านั้น
อะไรคือเหตุผลที่ลูกค้าเลือกย้อมสีผมที่ MOGA ?
พร้อมดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อนทำสีผม จนถึงการให้คำแนะนำในการดูแลผมหลังทำสี
ช่างผู้เชี่ยวชาญของเราจะดูแลลูกค้าทุกท่านตั้งแต่การเตรียมสภาพผม บริการออกแบบสี รูปแบบการทำสีผมไฮไลท์หรือทำสีผมบาลายาจ ตลอดจนการสไตล์ลิ่งให้เหมาะกับทรงผม และการดูแลสีผมที่เหมาะสมหลังทำ โดยช่างของเราจะมีการอัปเดตเทรนด์สีผมตลอดเวลาจากเทคนิคต่างชาติเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ ๆ ของลูกค้า
การออกแบบสีผม และดูแลเส้นผมแบบ Personalized
เราให้ความสำคัญในการให้คำปรึกษา และออกแบบสีผมร่วมกับลูกค้าอย่างมืออาชีพ เพื่อให้ได้สีผมที่จะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพ ทั้งยังเหมาะกับสภาพเส้นผมของลูกค้า เราจึงเป็นร้านทำสีผมไฮไลท์ บาลายาจ และทุกเทคนิคการทำสีที่ใส่ใจในการดูแลเส้นผมของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอนเพื่อให้ผมยังแข็งแรงที่สุดโดยการแนะนำบริการดูแลเส้นผมก่อนทำสี ระหว่างทำสี และหลังทำสีผมเพื่อผลลัพธ์และสภาพเส้นผมที่ดีที่สุดด้วย
มีสีย้อมผมให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าทุกท่าน
เรามีสีย้อมผมให้เลือกทุกรูปแบบ และหลากหลายสีสัน ไม่ว่าจะเป็นสีย้อมผมแบบ Permanent, Demi-Permanent, หรือ Semi-Permanent นอกจากนั้นยังมีแบรนด์สีที่มีชื่อเสียงทั่วโลกให้เลือกหลายแบรนด์ตามความต้องการ
เพื่อการดูแลผมหลังการทำสีที่ดีที่สุด เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ผ่านการทำสีผมได้ที่นี่
ทำสีผมในแบบของคุณ ด้วยผลิตภัณฑ์ชั้นนำที่ MOGA
เพื่อผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์โครงสร้างและสภาพเส้นผมที่แตกต่างกัน MOGA คัดสรรผลิตภัณฑ์ระดับโลกมาให้บริการ ดังนี้
ทำสีผมด้วยผลิตภัณฑ์ AVEDA
เราเลือกใช้สีย้อมผมจาก Sustainable Brand อย่างแบรนด์ AVEDA ที่ใช้ส่วนประกอบจากธรรมชาติสูงถึง 96% ให้ความอ่อนโยนต่อเส้นผมและหนังศีรษะ (ให้บริการเฉพาะสาขา Central Embassy, EmQuartier และ ICONSIAM)
ทำสีผมด้วยผลิตภัณฑ์ Wella ME+
เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยลดโอกาสการแพ้จากสาร PPD และ PTD ที่อยู่ในสีย้อมผมแบบถาวร โดยช่างผู้เชี่ยวชาญของ MOGA จะทำการทดสอบการแพ้ (Patch Test) ให้ลูกค้าทุกคนก่อนรับบริการเสมอ เพื่อให้คุณมั่นใจในความปลอดภัย (ให้บริการเฉพาะสาขา Central Chidlom และ Siam Paragon)
ทำสีผมด้วยผลิตภัณฑ์ Milbon
ผลิตภัณฑ์ทำสีผมมิลบอน เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมสีผมจากญี่ปุ่นที่ให้โทนสีนุ่มละมุน มีมิติสูง อ่อนโยนต่อเส้นผม เหมาะอย่างยิ่งกับโครงสร้างผมตามธรรมชาติของคนเอเชีย (ให้บริการเฉพาะสาขา CentralWorld)
Design Color
WHAT WE’RE OFFERING
Basic Color
- Roots Retouch
- Color Refresh
- Full Head Tint
- 3,900+
- 4,200+
- 4,400+
- Baht
- Baht
- Baht
Design Color
Basic Design Color
- 4,700+ Baht
Partial Design Color
- 6,000+ Baht
Half Head Design Color
- 7,000+ Baht
Color Correction
- 8,000+ Baht
Full Head Design Color
- 8,000+ Baht
Multi Process Design Color
- 9,500+ Baht
Hair Color Enhancement Program โปรแกรมเสริมจากการทำสีผมปกติ ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความเงางาม และความติดทนของสี พร้อมมอบประสบการณ์การทำสีผมที่เหนือระดับ ผ่านการแนะนำแบบเฉพาะบุคคลโดยช่างทำผมมืออาชีพ
เนื่องจากการราคาทำสีผมขึ้นอยู่สภาพเส้นผม และประวัติการทำสีผมของลูกค้า เราจึงแนะนำให้ลูกค้าเข้ามาปรึกษาได้ฟรี และทำ Patch Test ที่ข้อพับแขนหรือหลังใบหูเพื่อทดสอบการแพ้ก่อนการรับบริการจริงเพื่อให้แน่ใจว่าไม่แพ้ก่อนการรับบริการ
นอกจากนั้น หากมองหาผลิตภัณฑ์ทำสีผมยี่ห้อเฉพาะกรุณาติดต่อสอบถามก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง เนื่องจากแต่ละสาขาอาจใช้สียี่ห้อแตกต่างกัน
หมายเหตุ:
เนื่องจากหลังเข้ารับบริการทำสีผมไปแล้ว ผลลัพธ์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาเส้นผมที่บ้านของแต่ละคน ซึ่งทางร้านไม่สามารถรับผิดชอบได้
ดังนั้นหากลูกค้ามีความกังวลเกี่ยวกับผลลัพธ์หลังการทำสีผม สามารถเข้ามาปรึกษากับช่างผู้ให้บริการเบื้องต้นได้หลังเข้ารับบริการไม่เกิน 3 วัน และหากต้องการแก้สีผม สามารถทำการนัดหมายเข้ามาภายใน 7 วันนับจากวันรับบริการครั้งแรก โดยต้องแก้ไขโดยช่างผู้ให้บริการคนเดิมเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนช่างได้*
*ช่างผู้ให้บริการคนเดิมเป็นผู้ที่ได้เห็นสภาพผมก่อนการเปลี่ยนสี และเป็นผู้ผสมสีที่ใช้ จึงจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสีผมและสภาพผมของลูกค้ามากที่สุด และเป็นผู้ที่รับผิดชอบการแก้ไขสีผมได้ดีที่สุด
สิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้ารับบริการทำสีผม
การเตรียมตัวก่อนทำสีผม
- ก่อนทำสีผมทุกครั้ง ควรแจ้งประวัติการทำสีผมและการทำเคมี เช่น การดัด หรือยืดให้ช่างทราบทุกครั้ง เพราะประวัติการทำผมมีผลกับการวางแผนและผลลัพธ์ของสี
- หากมีข้อกังวลใด ๆ ควรบอกกับช่างให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยของคุณ เช่น หากมีแผลบนหนังศีรษะ เกิดอาการคัน หรือหากมีประวัติการแพ้สารพาราฟินีลินไดอะมีน (P-Phenylenediamine, PPD) หรือพาราโทลูอีนไดอะมีน (P-Toluenediamine, PTD)
- การทำสีผมนั้นต้องใช้เวลา และหากต้องการทำสีผมสว่าง หรือต่างจากสีผมเดิมมาก อาจต้องมีการฟอกสีผม และลงสีหลายครั้ง
- เตรียมเส้นผมให้สะอาดก่อนวันนัด โดยไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม และไม่จำเป็นต้องสระหากจะทำสีพร้อมฟอกถึงโคน
- การทำสีผมต้องมีการดูแลและนัดหมายเติมสีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปัญหาสีไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะกรณีที่มีการฟอกสี
การทำสีทำให้ผมเปลี่ยนสีได้ถาวรหรือไม่ และปัจจัยที่อาจทำให้สีหลุดเร็วขึ้น ?
การทำสีผมไม่อาจเปลี่ยนสีผมได้อย่างถาวร เพราะสีผมย่อมมีการเฟดไปตามธรรมชาติ แต่การย้อมสีผมอาจเปลี่ยนเม็ดสีในผมอย่างถาวรได้ โดยจะขึ้นอยู่กับชนิดของสีย้อมผม ดังนี้
- สีย้อมผมแบบถาวรจะเปลี่ยนเม็ดสีในผมถาวร โดยการเฟดของสีไม่สามารถคืนสีเดิมของเส้นผมธรรมชาติของเรากลับมาได้ และการหลุดของสีส่วนใหญ่เป็นการที่เม็ดสีเกิดการ Oxidize กับสาร Copper ในน้ำจึงทำให้เปลี่ยนสี
- สีย้อมผมแบบ Demi-Permanent และ Semi-Permanent จะสามารถค่อย ๆ หลุดได้ แต่สีแบบ Demi-Permanent อาจไม่หลุดไป 100%
รู้จักโครงสร้างผมก่อนการทำสีผม
เส้นผมประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักด้วยกัน คือ
- ชั้น Cuticle หรือเกล็ดผม เป็นชั้นที่มีหน้าที่สำคัญในการกักเก็บความชุ่มชื้น และปกป้องเส้นผมจากสิ่งแปลกปลอม โดยหากชั้นเกล็ดผมเสียหายจะทำให้สีผมติดยาก และหลุดลอกเร็ว
- ชั้น Cortex หรือเนื้อผม ประกอบด้วยเซลล์เคราตินเรียงตัวกันแน่นและมีเม็ดสีผมตามธรรมชาติอยู่ หากเซลล์เคราตินถูกทำลายจะทำให้ผมสูญเสียความแข็งแรงและขาดความยืดหยุ่น ที่สำคัญ ปฏิกิริยาการทำสีผมส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ชั้น Cortex มากกว่าการทำปฏิกิริยาที่ชั้น Cuticle ซึ่งทำให้สีหลุดเร็ว ดังนั้นหากชั้น Cortex ไม่แข็งแรงย่อมมีผลกับผลลัพธ์การฟอกและทำสี เช่น ทำให้เส้นผมฉีกขาดหรือไม่ติดสี
- ชั้น Medulla หรือแกนผม เป็นชั้นที่บางที่สุดของเส้นผม มีลักษณะโครงสร้างเป็นรูกลวง และเป็นส่วนที่ช่วยประคองโครงสร้างของเส้นผม
คำแนะนำหลังรับบริการทำสีผม
สภาพเส้นผม : หากเส้นผมไม่แข็งแรงหรือมีความเสียหาย สีจะซีดจางเร็ว ควรบำรุงด้วยทรีตเมนต์หรือมาส์กผมเป็นประจำ
ความร้อน : การสระผมด้วยน้ำอุ่นจัด รวมถึงการไดร์ หนีบ หรือม้วนผมด้วยความร้อนบ่อย ๆ จะทำให้สีหลุดไว ควรใช้ลมเย็นหรือความร้อนต่ำแทน
คลอรีน : น้ำที่มีคลอรีน ไม่ว่าจะจากน้ำประปาหรือสระว่ายน้ำ สามารถทำให้สีผมจางได้ง่าย หากจำเป็นควรใส่หมวกว่ายน้ำ และบำรุงผมหลังจากสัมผัสน้ำทันที
การดูแลประจำวัน : ใช้แชมพูและครีมนวดสำหรับผมทำสี เว้นการสระผมถี่เกินไป และใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผมจากแสงแดดหรือรังสียูวีเมื่อออกกลางแจ้ง
หากต้องการฟอกและเติมสีโคนผมใหม่ ควรทำก่อนยาวเกิน 2 นิ้ว เพราะการฟอกโคนที่ยาวเกินไปซับซ้อนกว่าและอาจทำให้สีไม่สม่ำเสมอ รวมถึงมีผลต่อราคาและผลลัพธ์
หมายเหตุ: โดยทั่วไปสีผมจะเริ่มซีดหรือโคนผมงอกใหม่ภายใน 4–6 สัปดาห์ แนะนำให้จองคิวดูแลหรือทำสีครั้งถัดไปในช่วงประมาณ 1–1.5 เดือน เพื่อคงสีที่สวยอย่างต่อเนื่อง
คำแนะนำหลังรับบริการทำสีผม
- สภาพเส้นผม : หากเส้นผมไม่แข็งแรงหรือมีความเสียหาย สีจะซีดจางเร็ว ควรบำรุงด้วยทรีตเมนต์หรือมาส์กผมเป็นประจำ
- ความร้อน : การสระผมด้วยน้ำอุ่นจัด รวมถึงการไดร์ หนีบ หรือม้วนผมด้วยความร้อนบ่อย ๆ จะทำให้สีหลุดไว ควรใช้ลมเย็นหรือความร้อนต่ำแทน
- คลอรีน : น้ำที่มีคลอรีน ไม่ว่าจะจากน้ำประปาหรือสระว่ายน้ำ สามารถทำให้สีผมจางได้ง่าย หากจำเป็นควรใส่หมวกว่ายน้ำ และบำรุงผมหลังจากสัมผัสน้ำทันที
- การดูแลประจำวัน : ใช้แชมพูและครีมนวดสำหรับผมทำสี เว้นการสระผมถี่เกินไป และใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผมจากแสงแดดหรือรังสียูวีเมื่อออกกลางแจ้ง
ทรีตเมนต์ดูแลเส้นผมหลังทำเคมี เพื่อสีผมและเส้นผมที่พลิ้วสวย
หลังใช้บริการออกแบบสีผมและทำสี เป็นเรื่องปกติที่เส้นผมจะสูญเสียความชุ่มชื้น MOGA ขอแนะนำให้เข้ารับบริการทำทรีตเมนต์ควบคู่กัน เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผม ทั้งยังช่วยปรับสมดุลและขจัดสารเคมีตกค้างหลังการทำสีได้อย่างล้ำลึก
1. โปรแกรมสำหรับผมเสีย (3,100 – 4,300 Baht)
ซ่อมแซมและคืนความแข็งแรงให้กับเส้นผมที่ถูกทำลายจากเคมี ช่วยลดการฉีกขาดและแตกปลาย
2. โปรแกรมสำหรับผมเสียหายมาก (4,800 – 5,000 Baht)
เหมาะกับผมที่ผ่านเคมีซ้ำหลายครั้งต่อเนื่อง (ฟอกสี ดัด ยืด) จนเสียหายลึกถึงเนื้อผม ยืดง่าย ขาดง่าย เปื่อยยุ่ยเมื่อเปียก ซ่อมโครงสร้างภายในควบคู่เคลือบปกป้อง คืนความชุ่มชื้นและแข็งแรงให้แก่หนังศีรษะและเส้นผม
หากต้องการฟอกและเติมสีโคนผมใหม่ ควรทำก่อนยาวเกิน 2 นิ้ว เพราะการฟอกโคนที่ยาวเกินไปซับซ้อนกว่าและอาจทำให้สีไม่สม่ำเสมอ รวมถึงมีผลต่อราคาและผลลัพธ์
หมายเหตุ: โดยทั่วไปสีผมจะเริ่มซีดหรือโคนผมงอกใหม่ภายใน 4–6 สัปดาห์ แนะนำให้จองคิวดูแลหรือทำสีครั้งถัดไปในช่วงประมาณ 1–1.5 เดือน เพื่อคงสีที่สวยอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการออกแบบและทำสีผมที่ MOGA (FAQs)
Q: สนใจทำสีผมบาลายาจหรือไฮไลท์ ต้องเตรียมตัวและใช้เวลาเท่าไหร่ ?
A: การทำสีผมบาลายาจหรือการทำไฮไลท์ เป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความละเอียดสูงเพื่อมิติที่สวยงามของเส้นผม โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ชั่วโมง ช่างผู้เชี่ยวชาญของเราจะประเมินสภาพเส้นผมและแนะนำขั้นตอนที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้ลุคที่ดูผมสวยสุขภาพดีและผมไม่แห้งเสีย
Q: ผู้ชายสามารถเข้ารับบริการออกแบบสีผมที่ MOGA ได้หรือไม่ ?
A: หากคุณกำลังหาร้านทำสีผมชาย MOGA พร้อมให้บริการ โดยออกแบบสีผมได้ตั้งแต่โทนธรรมชาติถึงฟอกเต็มรูปแบบ ต่างจากผู้หญิงตรงที่ผมสั้นทำให้โคนผมและหนังศีรษะเผยให้เห็นชัด ต้องลงสีแม่นยำตั้งแต่แนวไรผม และรากผมใหม่โผล่เร็วกว่า จึงต้องวางแผนความถี่ทำสีซ้ำให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณ ช่างจะให้คำปรึกษาก่อนเริ่มบริการทุกครั้ง
Q: ข้อห้ามก่อนทำสีผม ต้องเตรียมตัวอย่างไร ควรสระผมมาไหม ?
A: ไม่จำเป็นต้องสระผมก่อนทำสี โดยเฉพาะเมื่อต้องฟอกสีผม เพราะน้ำมันตามธรรมชาติบนหนังศีรษะจะช่วยป้องกันอาการแสบและระคายเคืองจากสารเคมีได้, งดใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม เพราะจะทำให้สีไม่ติดทน และสุดท้ายงดเกาหนังศีรษะรุนแรง เพราะหากมีแผล อาการคัน หรือรอยถลอก ช่างจะพิจารณาไม่ทำสีผม เพื่อป้องกันผลข้างเคียงใด ๆ
Q: ผมแห้งเสียหลังทำสี ฟื้นฟูอย่างไร ควรทำทรีตเมนต์แบบไหน ?
A: เบื้องต้นควรปรับกิจวัตรการดูแลเส้นผมที่บ้านร่วมกับการทรีตเมนต์ เช่น การเลือกใช้แชมพูสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงการสระด้วยน้ำอุ่นจัด และงดการใช้ความร้อนสูงเพื่อป้องกันผมแห้งเสียเพิ่มขึ้น แต่หากต้องการฟื้นฟูโครงสร้างภายในอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาผมเปื่อยยุ่ยหรือเสียหายสะสม การทำทรีตเมนต์เฉพาะทางที่ร้านซาลอนจะช่วยเติมความชุ่มชื้นและซ่อมแซมเส้นใยผมได้อย่างล้ำลึกและตรงจุดที่สุด โดยที่ MOGA เราพร้อมประเมินสภาพเส้นผมและแนะนำโปรแกรมทรีตเมนต์ที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ
Q: หากมีความกังวลเรื่องการแพ้สารเคมี ควรเลือกผลิตภัณฑ์ใด และมีขั้นตอนดูแลอย่างไร ?
A: เรามีผลิตภัณฑ์ Wella ME+ ที่ช่วยลดความเสี่ยงการแพ้สาร PPD/PTD ได้ในระดับหนึ่ง โดยก่อนเริ่มบริการ ช่างจะทำการ Patch Test ทดสอบการแพ้ให้ลูกค้าทุกคนเสมอ เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทำสี
Q: ทำไมหลังทำสีผม ช่างถึงแนะนำให้ทำทรีตเมนต์บำรุงควบคู่ไปด้วย ?
A: การทำทรีตเมนต์ควบคู่กันจะช่วยปรับสมดุลและเติมสารอาหารเข้าสู่เนื้อผม (Cortex) ได้ทันที และที่สำคัญคือมีส่วนช่วยในการปิดเกล็ดผม (Cuticles) ให้เรียบสนิท ซึ่งเป็นการล็อกเม็ดสีให้อยู่ในเส้นผม ทำให้สีผมติดทนนานยิ่งขึ้น การบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยอุปกรณ์และเทคนิคเฉพาะของ MOGA จึงไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงอย่างรวดเร็ว แต่ยังมอบผลลัพธ์สีผมที่สวย เปล่งประกายเงางาม และอยู่ทรงสวยได้ยาวนานขึ้น
นัดหมายเข้ารับบริการทำสี
ได้ที่ MOGA Hair Salon
ทุกสาขา
MOGA Hair Salon ร้านทำทรีตเมนต์ผมและทำสปาผมพรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นโดยช่างมืออาชีพ ที่ไม่ได้ดูแลแค่เรื่องความสวยของทรงผมเท่านั้น แต่เรายังใส่ใจถึงสุขภาพเส้นผมตั้งแต่หนังศีรษะจนจรดปลายผม ด้วยบริการทรีตเมนต์ผมและหนังศีรษะที่ออกแบบมาเพื่อตอบรับกับปัญหาเฉพาะบุคคล ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Hair Care จากแบรนด์ชั้นนำที่พัฒนาและวางจำหน่ายเฉพาะที่ MOGA เท่านั้น อาทิ AVEDA, Milbon, Nioxin, Davines และ System Professional
มองหาร้านทำทรีตเมนต์ผม พร้อมบริการสปาที่ช่วยผ่อนคลายและบำรุงเส้นผม-หนังศีรษะ ด้วยทรีตเมนต์สุดพรีเมียมโดยช่างทำผมสไตล์ญี่ปุ่น สามารถสอบถาม และนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการได้ที่
Book Appointment