ทรงผมชายยอดนิยมปี 2022

6 ทรงผมชายยอดนิยม เปลี่ยนลุคทันสมัย ไม่ตกเทรนด์ | MOGA

ทรงผมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจของผู้ชาย แต่การเลือกทรงผมที่เหมาะกับรูปหน้าและสภาพเส้นผมไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ทีมช่างของ MOGA รวบรวม 6 ทรงผมชายยอดนิยมที่เราตัดให้ลูกค้าบ่อยที่สุด พร้อมคำแนะนำว่าแต่ละทรงเหมาะกับรูปหน้าแบบใด และผลิตภัณฑ์จัดทรงไหนช่วยให้ทรงอยู่ได้นานที่สุด

เคล็ดลับเลือกทรงผมชายให้เข้ากับรูปหน้า

ก่อนตัดสินใจเลือกทรงผม ช่างของ MOGA แนะนำให้ประเมินรูปหน้าของตัวเองก่อน เพราะทรงผมที่ดูดีบนรูปหน้าทรงหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกทรงหนึ่ง

  • รูปหน้าไข่ — เข้ากับได้เกือบทุกทรง ทั้ง Crew Cut, Side Part และ Slick Back
  • รูปหน้ากลม — ควรเพิ่มความสูงที่ด้านบน หลีกเลี่ยงทรงที่ทำให้ผมด้านข้างบาน เช่น Short Curls ที่ฟูเกินไป
  • รูปหน้าเหลี่ยม — Slick Back และ Side Part ช่วยดึงความสนใจขึ้นบน ทำให้ขากรรไกรดูนุ่มขึ้น
  • รูปหน้าเพชร / หัวใจ — Short Curls และ Two Block ช่วยเพิ่มความกว้างให้กับขมับและทำให้ใบหน้าดูสมดุล
  • รูปหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า — Bald Fade และ Side Part เข้ากันได้ดี เพราะช่วยให้ใบหน้าดูสั้นลงในแนวตั้ง

6 ทรงผมชายยอดนิยมที่ช่าง MOGA แนะนำ

1. Two Block — ทรงยอดฮิตสไตล์ญี่ปุ่นและเกาหลี

ทรงผมชาย Two Block ผมยาวด้านบน ตัดสั้นด้านข้าง สไตล์ญี่ปุ่น จากช่าง MOGA

Two Block คือทรงผมที่ตัดแบ่งออกเป็นสองส่วนชัดเจน — ผมด้านบนยาวและมีเทกซ์เจอร์ ส่วนด้านข้างและด้านหลังตัดสั้นกว่าอย่างชัดเจน แต่ไม่ไถสูงเท่าทรง Undercut ให้ความรู้สึกสะอาด เป็นระเบียบ แต่ยังมีความเป็นตัวเอง ทรงนี้ดัดแปลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเสยขึ้น ปาดข้าง หรือปล่อยพลิ้วก็ดูดี เหมาะกับรูปหน้ากลม รูปหน้าเพชร และรูปหน้าหัวใจ

ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Two Block:

  • Milbon Thickening Mist 4 190ml — ฉีดที่รากผมก่อนไดร์เพื่อเพิ่มวอลลุ่มและโครงสร้างให้ผมด้านบน ทำให้ทรงดูหนาและเด้งได้ตลอดวัน
  • Milbon Extra Strong Hold Hairspray 10 210ml — ล็อคทรงผมด้านบนให้อยู่ทรงนานตลอดวัน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น ไม่ทำให้ผมแข็งกรอบ

2. Short Curls — ลอนเกลียวสั้น ลุคอบอุ่นและมีเสน่ห์

Short Curls คือทรงผมลอนเกลียวสั้นที่เน้นลุคอบอุ่น เข้าถึงง่าย มีกลิ่นอายความเท่แฝงอยู่ เหมาะที่สุดสำหรับผู้ชายที่มีเส้นผมหยักศกเป็นทุนเดิม เพราะดัดและจัดทรงได้ง่ายกว่า ทรงนี้เหมาะกับรูปหน้ากลม รูปหน้าเพชร และรูปหน้าหัวใจ เพราะช่วยให้ใบหน้าดูยาวและมีมิติมากขึ้น สำหรับคนที่ผมตรงและอยากได้ลุคนี้ สามารถทำดัดผมที่ MOGA เพื่อให้ช่างออกแบบลอนที่เหมาะกับสภาพผมและรูปหน้าของคุณโดยตรง

ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Short Curls:

  • Milbon Wave Enhancing Mousse 4 200ml — ขยำเข้าผมชื้นหลังสระเพื่อกำหนดลอนและลดชี้ฟู ให้ลอนผมเด้งสวยและเป็นธรรมชาติ
  • Milbon Wave Defining Cream 1 120ml — เนื้อครีมบางเบา ช่วย define ลอนให้ชัดขึ้นและป้องกันชี้ฟูจากความชื้น เหมาะสำหรับใช้เพิ่มเติมหลังผมแห้งแล้ว

3. Crew Cut — ทรงคลาสสิกที่ไม่มีวันตกยุค

Crew Cut หรือ “ทรงกะลาสี” คือหนึ่งในทรงผมที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายทศวรรษว่าไม่มีวันตกยุค เอกลักษณ์คือผมสั้นเกรียนด้านข้าง มีการเฟดไล่ระดับจากด้านบนลงด้านล่าง ให้ลุคสะอาด เนี๊ยบ และดูแลง่าย เหมาะกับรูปหน้าไข่และรูปหน้าหัวใจ ไม่ต้องใช้เวลาจัดแต่งมาก แต่ดูดีได้ตลอดวัน

ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Crew Cut:

  • Wella EIMI Absolute Set 300ml — สเปรย์ล็อคทรงที่ป้องกันความชื้น รังสี UV และความร้อนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับ Crew Cut ที่ต้องการความสะอาดและทรงอยู่ตลอดวันโดยไม่ต้องแต่งซ้ำ

4. Slick Back — ลุคหล่อเนี๊ยบสไตล์สุภาพบุรุษ

ทรงผมชาย Slick Back เสยผมเรียบไปด้านหลังทั้งศีรษะ ลุคหล่อเนี๊ยบจากช่าง MOGA

Slick Back คือทรงผมที่เซตให้เสยเรียบไปด้านหลังทั้งศีรษะ ไม่มีเส้นผมหลุดแตกแถว ให้ลุคหล่อเนี๊ยบและมีความเป็นผู้ใหญ่ เหมาะกับรูปหน้าเหลี่ยมได้เป็นอย่างดี เพราะช่วยดึงความสนใจขึ้นไปบนศีรษะและทำให้ขากรรไกรดูนุ่มลง ในปัจจุบัน Slick Back ถูกปรับให้มีความโมเดิร์นมากขึ้น ทั้งแบบเนี๊ยบสนิทและแบบที่มีเทกซ์เจอร์นิดหน่อยก็ยังดูดี

ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Slick Back:

  • Milbon Texturizing Sea Mist 3 190ml — ฉีดที่ผมก่อนเซตเพื่อเพิ่มเทกซ์เจอร์และให้ผมมีน้ำหนักพอที่จะเสยกลับได้สวย ช่วยให้เส้นผมเชื่อฟังง่ายขึ้นในขณะจัดทรง
  • Milbon Extra Strong Hold Hairspray 10 210ml — ล็อคทรงหลังเซตเสร็จ ให้ทรงอยู่นานตลอดวันโดยไม่มีเส้นผมหลุดออกมา

5. Bald Fade — ทรงเซอร์สะอาดที่ดูแลง่าย

ทรงผมชาย Bald Fade ตัดเฟดด้านข้างจนเห็นหนังศีรษะ สไตล์หล่อเซอร์จากช่าง MOGA

Bald Fade คือทรงที่ตัดเฟดด้านข้างและด้านหลังอย่างรุนแรงจนเห็นหนังศีรษะ ให้ลุคที่ผสมผสานความเซอร์และสะอาดเรียบร้อยได้อย่างลงตัว เหมาะกับรูปหน้าไข่และรูปหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามารถนำไปใช้คู่กับทรงด้านบนได้หลายแบบ ทั้ง Pompadour, Textured Crop หรือแม้แต่ Short Curls ข้อดีคือดูแลง่ายมาก สระผมตามปกติ ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์จัดทรงมาก

ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Bald Fade:

  • Milbon Thickening Mist 4 190ml — ฉีดที่ผมด้านบนก่อนไดร์เพื่อเพิ่มวอลลุ่มและทำให้ผมดูหนาขึ้น เพิ่มความโดดเด่นให้กับส่วนต่างของผมด้านบนและด้านข้างที่เฟดลงไป
  • Wella EIMI Absolute Set 300ml — ฉีดปิดท้ายเพื่อล็อคทรงและป้องกันความชื้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทรงที่อยู่นานโดยไม่ต้องแต่งซ้ำระหว่างวัน

6. Side Part — ลุคขี้เล่นอย่างเป็นทางการ

Side Part คือทรงผมที่หวีปาดผมไปข้างใดข้างหนึ่งด้วยเส้นแบ่งกลาง ให้ลุคที่ดูเป็นทางการแต่ไม่เรียบร้อยจนเกินไป เข้ากับรูปหน้าไข่และรูปหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผู้ชายที่มีเส้นผมหนาและใหญ่จะยิ่งส่งเสริมทรงนี้ให้ดูดีมากขึ้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์จัดทรงที่ให้ความยึดเกาะในระดับที่พอดี ไม่ทำให้ผมแข็งหรือขาดความพลิ้วไหว

ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Side Part:

  • Milbon Texturizing Sea Mist 3 190ml — ฉีดก่อนหวีเพื่อเพิ่มเทกซ์เจอร์และทำให้ผมเชื่อฟังง่ายขึ้นในขณะปาดข้าง
  • Milbon Extra Medium Hold Hairspray 6 210ml — ล็อคทรงแบบยืดหยุ่น ไม่แข็งกรอบ ผมยังคงมีการเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับ Side Part ที่ต้องการ hold แต่ไม่ต้องการความแข็ง

ดูผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมผู้ชายทั้งหมดได้ที่ คอลเลกชัน Styling ของ MOGA

✂ Stylist Pro-Tip จากทีม MOGA
เคล็ดลับที่ช่างของเราใช้แต่หลายคนมองข้ามคือการไดร์ผมให้ถูกทิศทางตั้งแต่ต้น ผมที่ไดร์ในทิศทางที่ต้องการตั้งแต่เปียก จะอยู่ทรงได้นานกว่าการพยายามจัดทรงในภายหลังเมื่อผมแห้งแล้ว สำหรับทรง Slick Back และ Side Part ให้ไดร์โดยดึงผมไปในทิศทางที่ต้องการตลอด ส่วน Two Block ให้เน้นไดร์ผมด้านบนขึ้นก่อนเพื่อสร้าง volume แล้วค่อยจัดทรงด้วยผลิตภัณฑ์ในขั้นสุดท้าย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ทรงผมชายทรงไหนดูแลง่ายที่สุด?
Crew Cut และ Bald Fade เป็นสองทรงที่ดูแลง่ายที่สุด ใช้เวลาจัดแต่งน้อย ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์มาก และผมที่งอกออกมาใหม่ก็ไม่ทำให้ทรงเสียเร็ว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูดีโดยไม่ต้องลงทุนเวลาหน้ากระจกมาก

ทรงผม Two Block เหมาะกับผมแบบไหน?
Two Block เหมาะกับผมที่มีความยาวพอ ด้านบนควรยาวอย่างน้อย 4 นิ้วขึ้นไปเพื่อให้ช่างสร้าง texture ได้ดี เหมาะกับเส้นผมทุกประเภท ทั้งผมตรง ผมหยักศก และผมดัด

อยากทำ Short Curls แต่ผมตรง ทำได้ไหม?
ได้ ช่างของ MOGA สามารถออกแบบลอนที่เหมาะกับสภาพผมและรูปหน้าของคุณผ่านบริการดัดผม โดยปรับระดับความหยิกให้เป็นธรรมชาติที่สุด ช่างจะประเมินสภาพผมก่อนทุกครั้งเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

ทรงผม Slick Back ต้องใช้แวกซ์ไหม หรือแค่สเปรย์พอ?
ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่ต้องการ ถ้าต้องการลุคเนี๊ยบสนิทแบบ Wet Look อาจต้องใช้แวกซ์หรือเจลก่อนแล้วตามด้วยสเปรย์ล็อค แต่ถ้าต้องการลุคที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า Milbon Texturizing Sea Mist 3 ก่อนไดร์และตามด้วย Hairspray 10 ก็เพียงพอและดูดีมากในสภาพอากาศของไทย

ควรตัดผมบ่อยแค่ไหนเพื่อให้ทรงดูดีอยู่เสมอ?
ช่างของเราแนะนำให้ตัดผมทุก 4–6 สัปดาห์สำหรับทรงที่เน้นความเนี๊ยบอย่าง Crew Cut, Bald Fade และ Slick Back ส่วน Two Block และ Side Part อาจยืดได้ถึง 6–8 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความเร็วการงอกของผม ดูบริการตัดผมที่ MOGA

ดูสาขาที่สะดวกได้เลย หรือทักหาเราที่ LINE: @MOGA

พร้อมจองคิวและเลือกสาขาที่สะดวกสำหรับคุณได้ที่นี่
พร้อมจองคิวและเลือกสาขา
ที่สะดวกสำหรับคุณได้ที่นี่

Related

ช่างตัดผมกำลังตัดผมทรง Wolf Cut ให้ผู้หญิง

ทริกตัดผมทรง Wolf Cut ให้ดูดีและเข้ากับใบหน้าทุกลุค

รู้จักทรง Wolf Cut ทรงผมยอดนิยมที่ช่วยเพิ่มความมีสไตล์ให้ผู้หญิง พร้อมวิธีตัดผมทรง Wolf Cut การเลือกความยาว การจัดทรง และการดูแลให้ทรงสวยมีวอลลุ่มในทุกวัน

Read More »
Ash grey hair color brightening complexion featured in MOGA Distilled collection Bangkok

12 สีผมที่ทำให้หน้าสว่าง เฉดไหนที่ใช่สำหรับคุณ เช็กเลย !

อัปเกรดลุคให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วย 12 เฉดสีผมที่ทำให้หน้าสว่าง ดูมีออร่า พร้อมแจกเคล็ดลับเลือกสีผมให้เหมาะกับโทนผิว และวิธีดูแลสีผมให้ติดทนนาน

Read More »

We use cookies to improve performance and provide you with a better experience while using our website. You can learn more in our Privacy Policy, and you can manage your privacy settings by clicking Settings.

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie preferences by enabling or disabling cookies in each category as desired, except for strictly necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า