ทรงผมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจของผู้ชาย แต่การเลือกทรงผมที่เหมาะกับรูปหน้าและสภาพเส้นผมไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป ทีมช่างของ MOGA รวบรวม 6 ทรงผมชายยอดนิยมที่เราตัดให้ลูกค้าบ่อยที่สุด พร้อมคำแนะนำว่าแต่ละทรงเหมาะกับรูปหน้าแบบใด และผลิตภัณฑ์จัดทรงไหนช่วยให้ทรงอยู่ได้นานที่สุด
เคล็ดลับเลือกทรงผมชายให้เข้ากับรูปหน้า
ก่อนตัดสินใจเลือกทรงผม ช่างของ MOGA แนะนำให้ประเมินรูปหน้าของตัวเองก่อน เพราะทรงผมที่ดูดีบนรูปหน้าทรงหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกทรงหนึ่ง
- รูปหน้าไข่ — เข้ากับได้เกือบทุกทรง ทั้ง Crew Cut, Side Part และ Slick Back
- รูปหน้ากลม — ควรเพิ่มความสูงที่ด้านบน หลีกเลี่ยงทรงที่ทำให้ผมด้านข้างบาน เช่น Short Curls ที่ฟูเกินไป
- รูปหน้าเหลี่ยม — Slick Back และ Side Part ช่วยดึงความสนใจขึ้นบน ทำให้ขากรรไกรดูนุ่มขึ้น
- รูปหน้าเพชร / หัวใจ — Short Curls และ Two Block ช่วยเพิ่มความกว้างให้กับขมับและทำให้ใบหน้าดูสมดุล
- รูปหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า — Bald Fade และ Side Part เข้ากันได้ดี เพราะช่วยให้ใบหน้าดูสั้นลงในแนวตั้ง
6 ทรงผมชายยอดนิยมที่ช่าง MOGA แนะนำ
1. Two Block — ทรงยอดฮิตสไตล์ญี่ปุ่นและเกาหลี

Two Block คือทรงผมที่ตัดแบ่งออกเป็นสองส่วนชัดเจน — ผมด้านบนยาวและมีเทกซ์เจอร์ ส่วนด้านข้างและด้านหลังตัดสั้นกว่าอย่างชัดเจน แต่ไม่ไถสูงเท่าทรง Undercut ให้ความรู้สึกสะอาด เป็นระเบียบ แต่ยังมีความเป็นตัวเอง ทรงนี้ดัดแปลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเสยขึ้น ปาดข้าง หรือปล่อยพลิ้วก็ดูดี เหมาะกับรูปหน้ากลม รูปหน้าเพชร และรูปหน้าหัวใจ
ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Two Block:
- Milbon Thickening Mist 4 190ml — ฉีดที่รากผมก่อนไดร์เพื่อเพิ่มวอลลุ่มและโครงสร้างให้ผมด้านบน ทำให้ทรงดูหนาและเด้งได้ตลอดวัน
- Milbon Extra Strong Hold Hairspray 10 210ml — ล็อคทรงผมด้านบนให้อยู่ทรงนานตลอดวัน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น ไม่ทำให้ผมแข็งกรอบ
2. Short Curls — ลอนเกลียวสั้น ลุคอบอุ่นและมีเสน่ห์
Short Curls คือทรงผมลอนเกลียวสั้นที่เน้นลุคอบอุ่น เข้าถึงง่าย มีกลิ่นอายความเท่แฝงอยู่ เหมาะที่สุดสำหรับผู้ชายที่มีเส้นผมหยักศกเป็นทุนเดิม เพราะดัดและจัดทรงได้ง่ายกว่า ทรงนี้เหมาะกับรูปหน้ากลม รูปหน้าเพชร และรูปหน้าหัวใจ เพราะช่วยให้ใบหน้าดูยาวและมีมิติมากขึ้น สำหรับคนที่ผมตรงและอยากได้ลุคนี้ สามารถทำดัดผมที่ MOGA เพื่อให้ช่างออกแบบลอนที่เหมาะกับสภาพผมและรูปหน้าของคุณโดยตรง
ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Short Curls:
- Milbon Wave Enhancing Mousse 4 200ml — ขยำเข้าผมชื้นหลังสระเพื่อกำหนดลอนและลดชี้ฟู ให้ลอนผมเด้งสวยและเป็นธรรมชาติ
- Milbon Wave Defining Cream 1 120ml — เนื้อครีมบางเบา ช่วย define ลอนให้ชัดขึ้นและป้องกันชี้ฟูจากความชื้น เหมาะสำหรับใช้เพิ่มเติมหลังผมแห้งแล้ว
3. Crew Cut — ทรงคลาสสิกที่ไม่มีวันตกยุค
Crew Cut หรือ “ทรงกะลาสี” คือหนึ่งในทรงผมที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายทศวรรษว่าไม่มีวันตกยุค เอกลักษณ์คือผมสั้นเกรียนด้านข้าง มีการเฟดไล่ระดับจากด้านบนลงด้านล่าง ให้ลุคสะอาด เนี๊ยบ และดูแลง่าย เหมาะกับรูปหน้าไข่และรูปหน้าหัวใจ ไม่ต้องใช้เวลาจัดแต่งมาก แต่ดูดีได้ตลอดวัน
ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Crew Cut:
- Wella EIMI Absolute Set 300ml — สเปรย์ล็อคทรงที่ป้องกันความชื้น รังสี UV และความร้อนในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับ Crew Cut ที่ต้องการความสะอาดและทรงอยู่ตลอดวันโดยไม่ต้องแต่งซ้ำ
4. Slick Back — ลุคหล่อเนี๊ยบสไตล์สุภาพบุรุษ

Slick Back คือทรงผมที่เซตให้เสยเรียบไปด้านหลังทั้งศีรษะ ไม่มีเส้นผมหลุดแตกแถว ให้ลุคหล่อเนี๊ยบและมีความเป็นผู้ใหญ่ เหมาะกับรูปหน้าเหลี่ยมได้เป็นอย่างดี เพราะช่วยดึงความสนใจขึ้นไปบนศีรษะและทำให้ขากรรไกรดูนุ่มลง ในปัจจุบัน Slick Back ถูกปรับให้มีความโมเดิร์นมากขึ้น ทั้งแบบเนี๊ยบสนิทและแบบที่มีเทกซ์เจอร์นิดหน่อยก็ยังดูดี
ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Slick Back:
- Milbon Texturizing Sea Mist 3 190ml — ฉีดที่ผมก่อนเซตเพื่อเพิ่มเทกซ์เจอร์และให้ผมมีน้ำหนักพอที่จะเสยกลับได้สวย ช่วยให้เส้นผมเชื่อฟังง่ายขึ้นในขณะจัดทรง
- Milbon Extra Strong Hold Hairspray 10 210ml — ล็อคทรงหลังเซตเสร็จ ให้ทรงอยู่นานตลอดวันโดยไม่มีเส้นผมหลุดออกมา
5. Bald Fade — ทรงเซอร์สะอาดที่ดูแลง่าย

Bald Fade คือทรงที่ตัดเฟดด้านข้างและด้านหลังอย่างรุนแรงจนเห็นหนังศีรษะ ให้ลุคที่ผสมผสานความเซอร์และสะอาดเรียบร้อยได้อย่างลงตัว เหมาะกับรูปหน้าไข่และรูปหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามารถนำไปใช้คู่กับทรงด้านบนได้หลายแบบ ทั้ง Pompadour, Textured Crop หรือแม้แต่ Short Curls ข้อดีคือดูแลง่ายมาก สระผมตามปกติ ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์จัดทรงมาก
ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Bald Fade:
- Milbon Thickening Mist 4 190ml — ฉีดที่ผมด้านบนก่อนไดร์เพื่อเพิ่มวอลลุ่มและทำให้ผมดูหนาขึ้น เพิ่มความโดดเด่นให้กับส่วนต่างของผมด้านบนและด้านข้างที่เฟดลงไป
- Wella EIMI Absolute Set 300ml — ฉีดปิดท้ายเพื่อล็อคทรงและป้องกันความชื้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทรงที่อยู่นานโดยไม่ต้องแต่งซ้ำระหว่างวัน
6. Side Part — ลุคขี้เล่นอย่างเป็นทางการ
Side Part คือทรงผมที่หวีปาดผมไปข้างใดข้างหนึ่งด้วยเส้นแบ่งกลาง ให้ลุคที่ดูเป็นทางการแต่ไม่เรียบร้อยจนเกินไป เข้ากับรูปหน้าไข่และรูปหน้าสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผู้ชายที่มีเส้นผมหนาและใหญ่จะยิ่งส่งเสริมทรงนี้ให้ดูดีมากขึ้น ควรเลือกผลิตภัณฑ์จัดทรงที่ให้ความยึดเกาะในระดับที่พอดี ไม่ทำให้ผมแข็งหรือขาดความพลิ้วไหว
ผลิตภัณฑ์ที่ช่างของเราแนะนำสำหรับ Side Part:
- Milbon Texturizing Sea Mist 3 190ml — ฉีดก่อนหวีเพื่อเพิ่มเทกซ์เจอร์และทำให้ผมเชื่อฟังง่ายขึ้นในขณะปาดข้าง
- Milbon Extra Medium Hold Hairspray 6 210ml — ล็อคทรงแบบยืดหยุ่น ไม่แข็งกรอบ ผมยังคงมีการเคลื่อนไหวเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับ Side Part ที่ต้องการ hold แต่ไม่ต้องการความแข็ง
ดูผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมผู้ชายทั้งหมดได้ที่ คอลเลกชัน Styling ของ MOGA
✂ Stylist Pro-Tip จากทีม MOGA
เคล็ดลับที่ช่างของเราใช้แต่หลายคนมองข้ามคือการไดร์ผมให้ถูกทิศทางตั้งแต่ต้น ผมที่ไดร์ในทิศทางที่ต้องการตั้งแต่เปียก จะอยู่ทรงได้นานกว่าการพยายามจัดทรงในภายหลังเมื่อผมแห้งแล้ว สำหรับทรง Slick Back และ Side Part ให้ไดร์โดยดึงผมไปในทิศทางที่ต้องการตลอด ส่วน Two Block ให้เน้นไดร์ผมด้านบนขึ้นก่อนเพื่อสร้าง volume แล้วค่อยจัดทรงด้วยผลิตภัณฑ์ในขั้นสุดท้าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทรงผมชายทรงไหนดูแลง่ายที่สุด?
Crew Cut และ Bald Fade เป็นสองทรงที่ดูแลง่ายที่สุด ใช้เวลาจัดแต่งน้อย ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์มาก และผมที่งอกออกมาใหม่ก็ไม่ทำให้ทรงเสียเร็ว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูดีโดยไม่ต้องลงทุนเวลาหน้ากระจกมาก
ทรงผม Two Block เหมาะกับผมแบบไหน?
Two Block เหมาะกับผมที่มีความยาวพอ ด้านบนควรยาวอย่างน้อย 4 นิ้วขึ้นไปเพื่อให้ช่างสร้าง texture ได้ดี เหมาะกับเส้นผมทุกประเภท ทั้งผมตรง ผมหยักศก และผมดัด
อยากทำ Short Curls แต่ผมตรง ทำได้ไหม?
ได้ ช่างของ MOGA สามารถออกแบบลอนที่เหมาะกับสภาพผมและรูปหน้าของคุณผ่านบริการดัดผม โดยปรับระดับความหยิกให้เป็นธรรมชาติที่สุด ช่างจะประเมินสภาพผมก่อนทุกครั้งเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
ทรงผม Slick Back ต้องใช้แวกซ์ไหม หรือแค่สเปรย์พอ?
ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่ต้องการ ถ้าต้องการลุคเนี๊ยบสนิทแบบ Wet Look อาจต้องใช้แวกซ์หรือเจลก่อนแล้วตามด้วยสเปรย์ล็อค แต่ถ้าต้องการลุคที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า Milbon Texturizing Sea Mist 3 ก่อนไดร์และตามด้วย Hairspray 10 ก็เพียงพอและดูดีมากในสภาพอากาศของไทย
ควรตัดผมบ่อยแค่ไหนเพื่อให้ทรงดูดีอยู่เสมอ?
ช่างของเราแนะนำให้ตัดผมทุก 4–6 สัปดาห์สำหรับทรงที่เน้นความเนี๊ยบอย่าง Crew Cut, Bald Fade และ Slick Back ส่วน Two Block และ Side Part อาจยืดได้ถึง 6–8 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความเร็วการงอกของผม ดูบริการตัดผมที่ MOGA
ดูสาขาที่สะดวกได้เลย หรือทักหาเราที่ LINE: @MOGA


