สีผมที่เหมาะกับบุคลิกและโทนผิวไม่เพียงแต่ทำให้ดูดีขึ้น แต่ยังช่วยขับให้ผิวดูสว่างและมีออร่ามากขึ้นด้วย ทีมช่าง Colorist ของ MOGA ได้รวบรวม 3 เทรนด์สีผมขับผิวไบร์ทที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง ครบทั้งโทนบลอนด์อบอุ่น น้ำตาลติดแดง และส้มสว่าง พร้อมคำแนะนำเรื่องการดูแลผมหลังทำสีให้สีติดทนนาน
1. สีแซนด์บลอนด์ (Sand Blonde)
สี Sand Blonde โทนออกน้ำตาลติดบลอนด์แบบสว่างเป็นหนึ่งในสีผมที่ช่าง Colorist ยืนยันว่าขับผิวได้ดีทุกอันเดอร์โทน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนลุคให้ดูเรียบหรู มีราคา และเข้ากับเมคอัพได้ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะแต่งสโมคกี้อาย แต่งเฉี่ยว หรือแต่งสไตล์เกาหลีก็เข้ากันได้อย่างไม่ขัดตา โดยเฉพาะสำหรับโทนผิวเอเชีย สี Sand Blonde ช่วยให้ผิวดูสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยไม่ทำให้ผิวดูซีดหรือหม่น

By ช่าง Nat, MOGA EmQuartier
2. สีเชอร์รี่ โคล่า (Cherry Cola)
สีน้ำตาลติดแดงประกายเหลือบอย่าง Cherry Cola เป็นอีกหนึ่งสีผมที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการเปลี่ยนลุคให้โดดเด่นขึ้นโดยไม่ต้องไปไกลถึงสีแฟชั่น มองผิวเผินดูเป็นโทนสุภาพ แต่ลูกเล่นเหลือบแดงที่ซ่อนอยู่ช่วยให้ลุคดูมีมิติและน่าสนใจมากขึ้น เหมาะกับผิวโทนกลาง ไม่คล้ำหรือสว่างมากจนเกินไป ส่วนอันเดอร์โทนสามารถปรับได้ทั้งร้อนและเย็นขึ้นอยู่กับการประเมินและปรับเม็ดสีของช่างระหว่างการผสมสี

By ช่าง Aom, MOGA Central Chidlom
3. สีแอปริคอต (Apricot)
สีส้มอมแดงสว่างอย่าง Apricot เป็นหนึ่งในสีผมแฟชั่นที่ขับผิวได้แรงที่สุด เหมาะกับคนผิวขาวและผิวสีกลางทุกอันเดอร์โทน ทำแล้วช่วยให้ผิวดูสว่าง สดใส และมีออร่า ช่าง Colorist ของ MOGA แนะนำให้ปรึกษาเรื่องระดับความสว่างของพื้นผมก่อนเสมอ เนื่องจากสีแอปริคอตต้องการพื้นผมที่สว่างในระดับที่เหมาะสมจึงจะได้เฉดสีที่ตรงปกและสม่ำเสมอ

MOGA Central Embassy
ต้องกัดสีผมก่อนทำสีไหม?
ทุกการเปลี่ยนสีผมจำเป็นต้องปรับพื้นสีผมให้ได้ระดับความสว่างที่เหมาะสมก่อน เพื่อให้สีออกมาตรงปกและสม่ำเสมอมากที่สุด แม้แต่ผมที่ผ่านการย้อมมาแล้ว หากโคนผมยังดำอยู่ก็ต้องปรับพื้นสีใหม่ให้สม่ำเสมอก่อนลงสี ทีมช่างของ MOGA แนะนำระดับเฉดความสว่างที่เหมาะกับแต่ละสีดังนี้
- เฉดสีส้ม-ทองแดง (ระดับความสว่าง 4–6) — เหมาะสำหรับ Cherry Cola, Apricot, บลอนด์ส้ม, บลอนด์แดง, บลอนด์มะฮอกกะนี และ Copper
- เฉดสีเหลือง (ระดับความสว่าง 7–9) — เหมาะสำหรับ Sand Blonde, บลอนด์ทอง, บลอนด์หม่นเขียวอมเทา และสีม่วงเข้ม
- เฉดสีเหลืองอ่อนถึงขาว (ระดับความสว่าง 10–12) — เหมาะสำหรับสีพาสเทลทุกสี เช่น ชมพู ม่วง น้ำเงิน และเทา
ก่อนทำสีทุกครั้ง ช่างของเราจะทำการประเมินสภาพเส้นผมและแนะนำระดับการกัดสีที่เหมาะสม หากผมของลูกค้าไม่พร้อมสำหรับการทำสีในครั้งนั้น ช่างจะแนะนำให้ทำ ทรีตเมนต์ฟื้นฟูผม ก่อนเสมอ เพื่อป้องกันผมด่าง สีไม่สม่ำเสมอ หรือผมเสียหายจากการทำเคมี
วิธีดูแลผมหลังทำสีให้สีติดทนนาน
จากประสบการณ์ของช่าง Colorist ของเรา การดูแลผมหลังทำสีอย่างถูกวิธีมีผลโดยตรงต่อความสดใสและอายุของสีผม ทีมช่างของ MOGA แนะนำ 3 แนวทางหลัก ได้แก่
ปรับสภาพเส้นผมและฟื้นฟูความชุ่มชื้น
ช่างของเราแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีที่มีส่วนประกอบช่วยซ่อมแซมโครงสร้างเส้นผมและล็อคสีไว้ในเวลาเดียวกัน Aveda Color Control Shampoo 200ml เป็นแชมพูสูตร sulfate-free และ silicone-free ที่ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนโดยไม่ดึงสีออก ใช้คู่กับ Aveda Color Control Leave-In Treatment Riche 100ml เพื่อซีลเกล็ดผมและเพิ่มความเงางามหลังสระ สูตรจากส่วนผสมธรรมชาติ ปลอดภัยสำหรับผมทำสีและหนังศีรษะแพ้ง่าย
สำหรับผมที่ผ่านการทำสีบ่อยหรือฟอกสีหนัก ช่างของเราแนะนำเสริมด้วย Aveda Botanical Repair Masque Rich 200ml สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผมจากภายใน ลดการแตกปลาย และคืนความนุ่มสลวยให้กับผมที่เสียหายจากเคมี
และสำหรับการล็อคสีในระดับ Professional ช่าง Colorist ของ MOGA แนะนำ Milbon Color Preserve Retaining Primer 120ml leave-in primer จาก Milbon ที่ช่วยล็อคโมเลกุลสีไว้ภายในเส้นผม ลดการเฟดในแต่ละครั้งที่สระ เหมาะสำหรับทุกโทนสีโดยเฉพาะสีที่มีความสว่างสูงซึ่งมักเฟดออกเร็วกว่าโทนเข้ม
สั่งซื้อได้ที่ shop.moga.co.th
ตัดแต่งทรงผมและส่วนที่เสีย
ในกรณีที่ผมเสียหนักจนปลายผมแตกหรือช็อต การเล็มปลายผมช่วยกำจัดส่วนที่เสียออกและกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ช่างของ MOGA จะช่วยจัดการผมแตกปลาย พร้อมดูแลทรงให้เป็นระเบียบและจัดแต่งง่ายขึ้น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีดูแลผมเสียจากการทำสีได้ที่บล็อกของเรา
เข้าซาลอนทำทรีตเมนต์อย่างสม่ำเสมอ
การเข้าทรีตเมนต์ที่ MOGA อย่างน้อยเดือนละ 1–2 ครั้ง ช่วยฟื้นฟูเส้นผมได้อย่างล้ำลึกกว่าการดูแลที่บ้านเพียงอย่างเดียว ช่างจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับปัญหาเส้นผมของแต่ละคน พร้อมให้คำแนะนำเรื่องผลิตภัณฑ์ Home Care ที่เหมาะสมสำหรับใช้ต่อเนื่องที่บ้าน
MOGA ให้บริการทำสีผมที่สาขาไหนบ้าง
MOGA ให้บริการทำสีผมทุกสาขา โดยแต่ละสาขาใช้แบรนด์สีผมที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการที่หลากหลาย
- Aveda — สกัดจากธรรมชาติ 96% เหมาะสำหรับผมแพ้ง่าย สาขา Central Embassy, EmQuartier, Iconsiam
- Milbon — แบรนด์ญี่ปุ่น สีนุ่มละมุน มิติสูง สาขา CentralWorld
- Wella Kolestone Perfect Me+ — ลด PPD/PTD ลดความเสี่ยงการแพ้สี เหมาะสำหรับลูกค้าที่มีประวัติแพ้สีผม สาขา Central Chidlom, Siam Paragon
✂ Stylist Pro-Tip จากทีม MOGA
สิ่งที่ช่าง Colorist ของเรามักแนะนำและคนมักมองข้ามคือ “การเตรียมเส้นผมก่อนทำสี” หากผมของคุณผ่านการทำสีหรือฟอกมาหลายรอบ ควรทำทรีตเมนต์เพื่อเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันนัดทำสี ผมที่แข็งแรงกว่าจะรับสีได้สม่ำเสมอและสีออกมาสดกว่า ในขณะที่ผมที่เสียหายอยู่แล้วมักทำให้สีดูด้านและเฟดออกเร็วกว่าปกติ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Sand Blonde, Cherry Cola และ Apricot เหมาะกับโทนผิวไหนบ้าง?
Sand Blonde เหมาะกับทุกโทนผิวและทุกอันเดอร์โทน Cherry Cola เหมาะกับผิวโทนกลางที่ไม่คล้ำหรือสว่างมากเกินไป ส่วน Apricot เหมาะกับผิวขาวและผิวโทนกลาง ทั้งนี้ ช่างของ MOGA จะประเมินโทนผิวและอันเดอร์โทนของคุณก่อนทำสีทุกครั้ง เพื่อปรับเม็ดสีให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะ
ต้องฟอกสีผมกี่ครั้งถึงจะทำสีเหล่านี้ได้?
ขึ้นอยู่กับสีผมเดิมและสีเป้าหมาย Sand Blonde อาจต้องฟอก 1–2 ครั้งสำหรับผมดำ Cherry Cola มักใช้การฟอกเพียงรอบเดียวสำหรับผมส่วนใหญ่ ส่วน Apricot อาจต้องการพื้นสีที่สว่างกว่า ช่างของเราจะประเมินและวางแผนขั้นตอนให้ตรงกับสภาพผมของคุณก่อนทำเสมอ
ทำสีผมแล้วผมเสียมากไหม และดูแลอย่างไร?
การทำสีเป็นกระบวนการที่ใช้เคมีกับเส้นผม ระดับความเสียหายขึ้นอยู่กับสุขภาพผมเดิมและจำนวนรอบการฟอก ช่างของ MOGA จะประเมินสภาพผมก่อนทำเสมอ หากผมไม่พร้อมจะแนะนำให้ทำทรีตเมนต์ก่อน หลังทำสีแนะนำให้ใช้ Aveda Color Control Shampoo และ Milbon Color Preserve Retaining Primer เพื่อดูแลสีและฟื้นฟูเส้นผมในเวลาเดียวกัน
ทำสีแล้วสีเฟดออกเร็ว แก้ไขอย่างไร?
สีมักเฟดออกเร็วเมื่อใช้แชมพูที่มีสารลดแรงตึงผิวรุนแรง สระผมด้วยน้ำร้อน หรือไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ล็อคสี ช่างของเราแนะนำให้สระผมด้วยน้ำเย็น ใช้แชมพูสูตร color-safe และเสริมด้วย Milbon Color Preserve Retaining Primer เป็น leave-in ทุกครั้งหลังสระ
ควรรอนานแค่ไหนก่อนทำสีซ้ำ?
โดยทั่วไปช่างของเราแนะนำให้รออย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ระหว่างการทำสีเต็มหัว เพื่อให้เส้นผมมีเวลาฟื้นตัวและแข็งแรงพอสำหรับรอบถัดไป การดูแลด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมระหว่างรอบจะช่วยให้เส้นผมพร้อมรับสีได้ดีขึ้นในครั้งต่อไป
ดูสาขาที่สะดวกได้เลย หรือทักหาเราที่ LINE: @MOGA สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผมทำสีได้ที่ shop.moga.co.th


