การเปลี่ยนสีผมเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการเปลี่ยนลุคและสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง แต่ท่ามกลางเทรนด์สีผมที่มีให้เลือกมากมาย การตัดสินใจว่าจะทำสีอะไรอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ทีมช่าง Colorist ของ MOGA ได้รวบรวม 10 เทรนด์สีผมยอดนิยมที่ทำแล้วสวยได้ตลอด ครบทั้งโทนธรรมชาติ บลอนด์ คอปเปอร์ และสีจัดจ้าน พร้อมวิธีดูแลผมหลังทำสีให้สีติดทนนาน
1. Golden Brunette
โทน Brunette เป็นหนึ่งในสีผมที่ช่าง Colorist ยืนยันว่าไม่มีวันตกเทรนด์ แม้จะไม่ใช่โทนสีฉูดฉาด แต่สีน้ำตาลเข้มอย่าง Brunette สามารถผสมออกมาได้หลายเฉดที่เหมาะกับทุกโทนสีผิว สำหรับ Golden Brunette จะเพิ่มความโดดเด่นและมีชีวิตชีวาด้วยการทำไฮไลต์สีทองแซมเข้าไป เพื่อลดความแข็งกระด้างของสีน้ำตาลและเพิ่มมิติให้เส้นผม

2. Teddy Brunette
สีก้ำกึ่งระหว่าง Brunette กับ Blonde ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นสีน้ำตาลเข้มในเฉดที่สว่างขึ้นอีกสเต็ป พร้อมเพิ่มลูกเล่นด้วยการทำ Babylights ที่ปลายผม ใครที่ย้อมผมบลอนด์อยู่แล้วก็สามารถเติมสีเพื่อขยับความเข้มขึ้นมาเป็นโทนนี้ได้เช่นกัน

3. Golden Baby Blonde
สีบลอนด์เป็นหนึ่งในสีผมที่ไม่เคยตกยุค โทนที่ได้รับความนิยมสูงคือสีบลอนด์สว่างประกายทองที่รังสรรค์ขึ้นจากเทคนิค Babylights และ Foilayage ให้ความรู้สึกธรรมชาติ สว่าง และมีมิติไปพร้อมกัน เหมาะกับทุกโทนสีผิวหากเลือกระดับความสว่างที่ถูกต้อง
4. Muted Beige Blonde
สีบลอนด์ในโทน neutral ที่เข้ากันได้กับทุกโทนสีผิว สี Muted Beige Blonde ผสานความเป็นสีเบจเข้าไปโดยใช้แฮร์โทนเนอร์ระดับ 9 หรือ 10 เพื่อหักล้างสีเหลืองจากการฟอกสีผม ให้ผมดูนุ่มนวลและเงางามขึ้นโดยไม่ดูแข็งหรือเย็นเกินไป
5. Warm Red
สำหรับคนที่ชื่นชอบการทำสีโดดเด่น โทน Warm Red เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สามารถย้อมออกมาในโทนแดงล้วน หรือเพิ่มความสว่างขึ้นอีกสเต็ปเป็นโทนแดงส้ม ซึ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับใบหน้าและเข้ากันดีกับทั้งโทนผิวอบอุ่นและเย็น
6. Apricot Ginger
สีในกลุ่ม Ginger และ Copper เป็นโทนที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สำหรับคนที่คิดว่าสีแดงล้วนแรงเกินไป Apricot Ginger ผสานความเป็น Strawberry Blonde และ Copper เข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยอาจไล่ระดับสีจากชมพูอ่อนที่โคนผมลงมาเป็นสี Copper ที่ปลาย เพื่อให้ได้สีผมที่มีมิติมากยิ่งขึ้น

7. Strawberry Auburn
สี Auburn ที่เพิ่มความหวานซ่อนเปรี้ยวด้วยการทำไฮไลต์สีชมพูลงที่ปลายผม ให้ผลลัพธ์ที่ดูมีมิติและมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสีผมที่แตกต่างจากน้ำตาลธรรมดา แต่ยังดูเป็นธรรมชาติและสวมใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน

8. Pastel Pink
โทนสีชมพูพาสเทลไปจนถึงพีชเป็นสีผมที่ผสมออกมาได้หลากหลายเฉด และยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ชื่นชอบสีสดใส จะย้อมทั้งหัวหรือย้อมแค่บางช่อเพื่อสร้างลูกเล่นก็ให้ผลลัพธ์ที่สวยงามต่างกันไป ช่าง Colorist ของ MOGA แนะนำให้ฟอกสีผมให้สว่างพอก่อนเพื่อให้สีชมพูออกมาชัดและสม่ำเสมอ
9. Dusty Rose
สำหรับคนที่รู้สึกว่าชมพูพาสเทลแต่งตัวยากเกินไป Dusty Rose เป็นทางเลือกที่ลงตัวกว่า โดยนำสีเทาหรือบลอนด์มาเบรกเพื่อให้ดูออกไปในโทน Rose Gold เลือกไล่ระดับสีชมพูเฉพาะส่วนโคนหรือปลาย ในขณะที่ยังคงโทนสีผมธรรมชาติเอาไว้ ให้ผลลัพธ์ที่ดูซอฟต์และสวมใส่ง่ายกว่า

10. Bold Candy Colors
สำหรับคนที่พร้อมจะโดดเด่นเต็มที่ สีผม Candy Colors ไม่ว่าจะเป็นชมพูนีออน ม่วง หรือเขียว ยังคงเป็นเทรนด์ที่มีแฟนคลับต่อเนื่อง ช่าง Colorist ของ MOGA แนะนำให้วางแผนการฟอกสีอย่างรอบคอบ เนื่องจากต้องฟอกสีผมให้สว่างมากก่อนจึงจะได้สี Candy ที่ชัดตามต้องการ และควรทำกับช่างที่มีประสบการณ์เพื่อลดความเสียหายของเส้นผม

ดูแลผมทำสีอย่างไรให้สีติดทนนาน
ไม่ว่าจะเลือกสีผมเฉดใด การทำสีเป็นการนำเคมีมาใช้กับเส้นผม หากสุขภาพเส้นผมไม่พร้อมอาจทำให้ผมแห้ง กรอบ และสีเฟดออกเร็ว ทีมช่างของ MOGA แนะนำวิธีดูแลผมทำสีดังนี้
- เลือกแชมพูและครีมนวดสูตรสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ เพื่อช่วยให้สีผมเงางามและไม่ซีดจางเร็ว
- ทำทรีตเมนต์บำรุงผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง โดยเว้นจากวันที่ทำสีผมอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผมโดยไม่จำเป็น และใช้สเปรย์กันความร้อนทุกครั้งก่อนไดร์หรือหนีบผม
- หากต้องการดัดหรือยืดผมด้วย ควรวางแผนให้ดี เพราะลำดับการทำมีผลต่อผลลัพธ์สีและความทนทานของทรง
ผลิตภัณฑ์ดูแลผมทำสีที่ทีมช่าง MOGA แนะนำ
จากประสบการณ์ของช่าง Colorist ของเรา การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องหลังทำสีมีผลโดยตรงต่อความติดทนของสีและสุขภาพเส้นผมในระยะยาว ทีมช่างของ MOGA แนะนำผลิตภัณฑ์จาก 2 แบรนด์ที่ครอบคลุมการดูแลผมทำสีครบทุกขั้นตอน
Aveda — สำหรับผมทำสีที่ต้องการสารสกัดจากธรรมชาติ
Aveda Color Control Shampoo 200ml เป็นแชมพูสูตร sulfate-free และ silicone-free ที่ออกแบบมาสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนโดยไม่ดึงสีออก ใช้คู่กับ Aveda Color Control Leave-In Treatment Riche 100ml เพื่อซีลเกล็ดผมและล็อคสีให้อยู่นาน พร้อมเพิ่มความเงางาม สำหรับผมที่ผ่านการทำสีบ่อยหรือฟอกสีหนัก แนะนำเสริมด้วย Aveda Botanical Repair Masque Rich 200ml เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างเส้นผมจากภายใน สูตรจากส่วนผสมธรรมชาติ 94% ปลอดภัยสำหรับผมทำสีและหนังศีรษะแพ้ง่าย
Milbon — สำหรับผมทำสีที่ต้องการล็อคสีเข้มข้นระดับ Professional
ช่างของเราแนะนำ Milbon Color Preserve Retaining Primer 120ml สำหรับคนที่ต้องการรักษาความสดใสของสีผมให้นานที่สุด ผลิตภัณฑ์นี้ทำงานเป็น leave-in primer ที่ช่วยล็อคโมเลกุลสีไว้ภายในเส้นผม ลดการเฟดของสีในแต่ละครั้งที่สระ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับโทนสีที่ต้องการความแม่นยำของเฉด เช่น Pastel Pink, Dusty Rose หรือ Apricot Ginger ที่สีมักเฟดออกเร็วกว่าโทนเข้ม
สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผมทำสีได้ที่ shop.moga.co.th
MOGA ให้บริการทำสีผมที่สาขาไหนบ้าง
MOGA ให้บริการทำสีผมทุกสาขา โดยแต่ละสาขาใช้แบรนด์สีผมที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
- Aveda — สกัดจากธรรมชาติ 96% เหมาะสำหรับผมแพ้ง่าย สาขา Central Embassy, EmQuartier, Iconsiam
- Milbon — แบรนด์ญี่ปุ่น สีนุ่มละมุน มิติสูง สาขา CentralWorld
- Wella Kolestone Perfect Me+ — ลด PPD/PTD ลดความเสี่ยงการแพ้สี เหมาะสำหรับลูกค้าที่มีประวัติแพ้สีผม สาขา Central Chidlom, Siam Paragon
✂ Stylist Pro-Tip จากทีม MOGA
สิ่งที่ช่าง Colorist ของเราแนะนำทุกครั้งก่อนทำสีจัดหรือสีอ่อนพาสเทลคือการทดสอบ Strand Test ก่อนเสมอ โดยนำเส้นผมจำนวนหนึ่งไปทดสอบสีก่อนลงสีทั้งหัว วิธีนี้ช่วยให้ช่างเห็นว่าสีจะออกมาเป็นเฉดใดบนเส้นผมของคุณจริง ๆ เนื่องจากผมที่ผ่านการทำสีมาก่อนหรือมีสุขภาพต่างกัน อาจรับสีได้ไม่เท่ากัน และช่วยลดความเสี่ยงที่สีจะออกมาผิดจากที่ตั้งใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สีผมโทนไหนเหมาะกับผิวคล้ำ?
ช่าง Colorist ของ MOGA แนะนำโทน Warm เช่น Golden Brunette, Warm Red และ Apricot Ginger ซึ่งช่วยให้ผิวคล้ำดูเปล่งปลั่งและมีออร่ามากขึ้น ในขณะที่โทน Ashy หรือ Platinum Blonde อาจทำให้ผิวคล้ำดูหม่นลงได้ ควรปรึกษาช่างก่อนเสมอเพื่อประเมินตามสีผิวและโทนผิวจริงของคุณ
ทำสีผมบ่อยแค่ไหนถึงจะไม่ทำลายเส้นผม?
โดยทั่วไปช่างของเราแนะนำให้ทำสีห่างกันอย่างน้อย 4–6 สัปดาห์สำหรับการย้อมทั้งหัว สำหรับการรีทัชรากผมอาจทำบ่อยกว่านั้นได้หากใช้สีที่อ่อนโยน สิ่งสำคัญคือการดูแลเส้นผมด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีระหว่างรอบ เพื่อให้เส้นผมแข็งแรงพอสำหรับการทำสีครั้งถัดไป
สีผม Pastel และ Candy Colors ต้องดูแลพิเศษอย่างไร?
โทนสีอ่อนและสีสดจะเฟดออกเร็วกว่าโทนเข้ม ช่างของเราแนะนำให้สระผมด้วยน้ำเย็นแทนน้ำอุ่น ใช้แชมพูสูตร color-safe ที่ไม่มี sulfate และเติม Milbon Color Preserve Retaining Primer เป็น leave-in ทุกครั้งหลังสระ เพื่อให้สีผมอยู่ได้นานที่สุด
ก่อนทำสีผมควรเตรียมตัวอย่างไร?
ช่างของเราแนะนำให้งดสระผมอย่างน้อย 24–48 ชั่วโมงก่อนทำสี เนื่องจากน้ำมันธรรมชาติบนหนังศีรษะช่วยปกป้องหนังศีรษะจากสารเคมี และควรแจ้งช่างหากมีประวัติแพ้สีผมหรือผมเสียหายอยู่ก่อน เพื่อให้ช่างประเมินและเลือกสูตรที่เหมาะสมที่สุด อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการทำสีผมที่ MOGA
ทำสีผมเองที่บ้านกับทำที่ซาลอนต่างกันอย่างไร?
การทำสีที่ซาลอนกับช่างผู้เชี่ยวชาญช่วยให้ได้สีที่แม่นยำและสม่ำเสมอกว่า โดยเฉพาะสีที่ต้องการการฟอกสีหลายขั้นตอนอย่าง Pastel หรือ Blonde ช่างจะประเมินสภาพผม เลือกสูตรที่เหมาะสม และดูแลกระบวนการทั้งหมดเพื่อลดความเสียหายของเส้นผม ทักหาเราได้ที่ LINE: @MOGA เพื่อขอคำแนะนำก่อนตัดสินใจ
ดูสาขาที่สะดวกได้เลย หรือทักหาเราที่ LINE: @MOGA สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลผมทำสีได้ที่ shop.moga.co.th


