เทคนิคยืดผมสำหรับคนที่สงสัยว่าผมหยิกควรยืดแบบไหน

ผมเสียควรยืดผมแบบไหน ? เช็กสภาพผมก่อนยืดกับ MOGA

Key Takeaways

การยืดผมที่เหมาะไม่ใช่การทำให้ผมตรงมากที่สุด แต่ต้องเลือกวิธีให้สอดคล้องกับสภาพเส้นผมจริง ทั้งความหนาของเส้นผม ความแข็งแรง ระดับความหยิก รวมถึงประวัติการทำสี ฟอก ดัด หรือยืด เพื่อวางแผนการทำเคมีให้เหมาะสมและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น ที่ MOGA ช่างจะประเมินเส้นผมก่อนเริ่มบริการ เพื่อเลือกผลิตภัณฑ์ วิธีหนีบ และระดับความตรงให้เหมาะกับแต่ละคน นอกจากนี้ เมื่อผมหยิกหรือหยักศกถูกยืดให้ตรง ความยาวและการทิ้งตัวของเส้นผมจะเปลี่ยนไป จนอาจทำให้ทรงเดิมเสียสมดุล จึงควรตัดปรับรูปทรงด้วยเทคนิค Design Cut ควบคู่กัน เพื่อจัดน้ำหนักและสัดส่วนของทรงผมใหม่ให้เข้ากับเส้นผมหลังยืด ดังนั้น ไม่ว่าจะสงสัยว่าผมฟูควรยืดแบบไหน และควรยืดผมบ่อยแค่ไหน การประเมินทั้งสภาพเส้นผมและรูปทรงหลังยืดจึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนตัดสินใจ

Table of Contents

ผมฟู ผมหยิก หรือผมที่ต้องใช้เวลาไดร์และหนีบทุกเช้า อาจทำให้หลายคนเริ่มคิดถึงการยืดผม แต่ในมุมของช่าง MOGA คำถามแรกไม่ควรเป็นเพียงว่า “ควรยืดแบบไหนดี” เพราะเส้นผมที่ดูฟูหรือหยิกคล้ายกัน อาจมีความแข็งแรงและประวัติการทำเคมีต่างกันมาก

บางคนมีผมหยักศกตามธรรมชาติและเส้นผมยังแข็งแรง ขณะที่บางคนผมฟูจากความแห้งหลังทำสี ฟอก หรือใช้เครื่องหนีบผมเป็นประจำ การเลือกวิธียืดจึงควรเริ่มจากการหาสาเหตุของปัญหาและประเมินว่าเส้นผมพร้อมรับการทำเคมีมากน้อยแค่ไหน

ก่อนเริ่มบริการยืดผมถาวร ช่าง MOGA จะพิจารณาจากสภาพเส้นผม รูปหน้า ทรงที่ต้องการ และวิธีจัดแต่งผมในชีวิตประจำวัน เพื่อออกแบบความตรงของเส้นผมให้เหมาะกับแต่ละคน โดยไม่จำเป็นต้องทำให้ผมตรงแบนเหมือนกันทั้งหมด

ทำไมต้องเลือกวิธียืดให้เหมาะกับสภาพเส้นผม ?

การยืดผมถาวรไม่ได้ทำงานเพียงแค่ใช้ความร้อนรีดเส้นผมให้ตรง แต่เป็นกระบวนการที่เข้าไปเปลี่ยนพันธะบางส่วนภายในเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนหลักของเส้นผม เพื่อให้สามารถจัดรูปทรงของเส้นผมใหม่ได้

โครงสร้างที่อยู่ภายในเส้นผม โดยเฉพาะชั้นคอร์เทกซ์ (Cortex) มีส่วนสำคัญต่อความแข็งแรงและรูปทรงของเส้นผม กระบวนการยืดจึงต้องคำนึงถึงว่าสภาพผมเดิมว่ามีความแข็งแรงมากน้อยเพียงใด

ตัวอย่างเช่น หากใช้ผลิตภัณฑ์หรือความร้อนมากเกินความจำเป็นกับเส้นผมที่ผ่านการทำสีหรือฟอกหลายครั้งจนมีโครงสร้างอ่อนแอ อาจทำให้เส้นผมสูญเสียความแข็งแรงเพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่อการเปราะหรือขาดหลังทำได้ ในทางกลับกัน หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงพอกับผมเส้นใหญ่หรือผมหยิกมากที่ยังแข็งแรง พันธะภายในเส้นผมอาจถูกปรับเปลี่ยนได้ไม่เพียงพอ ทำให้ได้ระดับความตรงไม่ตามที่ต้องการหรือลอนคลายกลับเร็วกว่าที่คาด

นี่คือเหตุผลที่ MOGA ให้ความสำคัญกับการประเมินก่อนยืด เพื่อปรับผลิตภัณฑ์ วิธีหนีบ และกระบวนการให้สัมพันธ์กับความหนา ความแข็งแรง ระดับความหยิก รวมถึงประวัติการทำสี ฟอก ดัด หรือยืดของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับเส้นผมโดยไม่เพิ่มภาระให้เส้นผมเกินความจำเป็น

ก่อนยืดผม ช่างต้องเช็กอะไรบ้าง ?

การเห็นว่าผมหยิกมากหรือหยิกน้อยเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะสิ่งที่ช่างต้องรู้จริง ๆ คือ สภาพเส้นผมในตอนนี้ว่าพร้อมสำหรับการยืดหรือไม่

ผมฟูเกิดจากลักษณะผมเดิม หรือเกิดจากความเสียหาย ?

ก่อนตอบว่าผมฟูควรยืดแบบไหน ต้องแยกก่อนว่าความฟูเกิดจากลักษณะเส้นผมตามธรรมชาติ เช่น ผมหยักศกหรือผมหยิก หรือเกิดจากเส้นผมแห้งและเสียหายจนจัดเรียงตัวไม่เรียบ

หากเป็นผมหยักศกตามธรรมชาติและเส้นผมยังแข็งแรง การยืดสามารถเป็นทางเลือกเพื่อลดลอนและทำให้จัดทรงง่ายขึ้นได้

แต่หากผมฟูหลังจากทำสี ฟอก หรือใช้เครื่องหนีบผมด้วยความร้อนบ่อย ๆ การเพิ่มเคมีเข้าไปทันทีอาจไม่ใช่ทางเลือกแรก ช่างควรประเมินระดับความเสียหายก่อนว่าเส้นผมยังพร้อมรับกระบวนการยืดมากน้อยเพียงใด ซึ่งในบางกรณี การทำทรีตเมนต์บำรุงเส้นผมเพื่อดูแลสภาพผมและลดความแห้งเสียก่อน อาจเหมาะกว่าการยืดผมทันที แล้วจึงค่อยกลับมาประเมินความพร้อมของเส้นผมอีกครั้ง

สภาพโคน กลาง และปลายผมเหมือนกันหรือไม่ ?

เส้นผมคนเดียวกันอาจมีสภาพแตกต่างกันในแต่ละช่วง โคนที่เพิ่งงอกใหม่อาจไม่เคยผ่านเคมี ขณะที่ช่วงกลางเคยทำสี และปลายผมอาจเคยผ่านทั้งการฟอก ดัด หรือยืดมาก่อน

ช่างจึงต้องประเมินแยกเป็นแต่ละช่วง ไม่ควรใช้วิธีเดียวกันตั้งแต่โคนถึงปลายโดยอัตโนมัติ เพราะส่วนที่ผ่านเคมีมาหลายครั้งอาจอ่อนแอกว่าส่วนที่งอกใหม่

เคยทำเคมีรูปแบบใดมากับเส้นผมบ้าง ?

ประวัติการทำสี ฟอก ดัด หรือยืด เป็นข้อมูลสำคัญก่อนทำบริการครั้งต่อไป เพราะคำว่า “เคยทำสี” เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเส้นผมพร้อมยืดหรือไม่ ผมที่ผ่านการทำสีโดยไม่ได้ฟอก กับผมที่ผ่านการฟอกหลายรอบอาจมีความแข็งแรงแตกต่างกันมาก ช่างจึงต้องดูทั้งประเภทของบริการที่เคยทำ จำนวนครั้ง และสภาพผมในปัจจุบันก่อนตัดสินใจ

นอกจากนี้ กระบวนการยืดผมยังอาจส่งผลให้สีผมที่ทำไว้ซีดลงหรือเปลี่ยนโทนได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ยืดที่มีสภาวะเป็นด่างกับเส้นผมที่ผ่านการทำสีมาแล้ว ช่างจึงควรรู้ประวัติการทำสีและวางแผนบริการทั้งสองอย่างร่วมกันตั้งแต่ต้น เพื่อให้สามารถดูแลทั้งระดับความตรง สภาพเส้นผม และสีผมให้ออกมาสมดุลมากที่สุด

ผมเส้นเล็กหรือผมบาง ยืดอย่างไรไม่ให้ลีบแบน ?

ก่อนจะตอบว่า ผมบางควรยืดผมแบบไหนดี ต้องมาทำความเข้าใจคำว่า “ผมบาง” กันก่อน ซึ่งเส้นผมในลักษณะนี้สามารถจำแนกได้ 2 แบบ คือ 1. เส้นผมแต่ละเส้นมีขนาดเล็ก และ 2. มีจำนวนเส้นผมน้อย ซึ่งทั้งสองกรณีอาจต้องวางแผนการยืดที่ต่างกัน

เพราะหากทำให้โคนผมตรงแนบหนังศีรษะมากเกินไป คนที่มีผมเส้นเล็กหรือมีปริมาณผมน้อยอาจยิ่งรู้สึกว่าผมดูบางกว่าเดิม

ดังนั้น เป้าหมายไม่ควรเป็นเพียง “ทำให้ตรง” แต่ต้องดูรูปทรงหลังยืดร่วมด้วย ช่างสามารถออกแบบให้โคนยังมีวอลลุ่ม พร้อมปรับช่วงกลางและปลายให้เรียบขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

การตัดแต่งทรงหลังยืดก็มีความสำคัญ เพราะเมื่อความฟูและลอนลดลง น้ำหนักและการทิ้งตัวของผมจะเปลี่ยนตามไปด้วย การออกแบบทรงให้เข้ากับเส้นผมหลังยืดจึงช่วยให้ผมดูมีมิติมากกว่าการยืดตรงเพียงอย่างเดียว

ผมฟูและผมหยิก ยืดอย่างไรให้ดูตรงเป็นธรรมชาติ ?

สำหรับคำถามว่าผมหยิกควรยืดแบบไหน ช่างจะไม่ได้พิจารณาเพียงว่าผมที่หยิกนั้นลอนแน่นแค่ไหน แต่ต้องรู้ด้วยว่าลูกค้าต้องการผลลัพธ์แบบใด

บางคนต้องการเปลี่ยนจากผมหยิกเป็นผมตรงเพื่อให้ดูแลง่ายขึ้น ขณะที่บางคนเพียงต้องการลดความพอง ลดลอน และยังอยากให้ผมมีวอลลุ่มหรือความพลิ้วไหวตามธรรมชาติ

ผมฟูกับผมหยิก ไม่จำเป็นต้องยืดเหมือนกัน

หากผมฟูจากความแห้งหรือความเสียหาย การแก้ปัญหาอาจเริ่มจากการดูแลสภาพเส้นผมก่อน แต่หากเป็นผมหยิกหรือหยักศกตามธรรมชาติและผมยังแข็งแรง ช่างสามารถวางแผนการยืดเพื่อปรับรูปทรงของเส้นผมได้

การแยกสาเหตุให้ถูกตั้งแต่ต้นช่วยลดโอกาสที่ลูกค้าจะทำเคมีเพิ่ม ทั้งที่ต้นเหตุจริงอาจเป็นเรื่องสภาพผมแห้งหรือเสียหาย

สูตรยืด ความร้อน และวิธีหนีบต้องปรับตามสภาพผม

ผมเส้นเล็ก ผมเส้นใหญ่ ผมหยักศกเล็กน้อย และผมหยิกมาก ไม่ควรได้รับกระบวนการเหมือนกันทั้งหมด

ช่างของ MOGA จะประเมินความแข็งแรงของเส้นผม ระดับความหยิก และประวัติการทำเคมีกับเส้นผม เพื่อนำมาปรับผลิตภัณฑ์และวิธีหนีบให้เหมาะกับแต่ละคน เป้าหมายคือให้ได้ระดับความตรงตามต้องการ โดยไม่ทำให้ผมตรงแข็งหรือแบนเกินไปโดยไม่จำเป็น

เทคนิคยืดผมสำหรับคนที่สงสัยว่าผมหยิกควรยืดแบบไหน

ผมเสียหรือทำสีมาแล้ว ควรยืดต่อหรือพักผมก่อน ?

สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่า ผมเสียควรยืดผมแบบไหนดี วิธีที่อาจเหมาะสมที่สุด คือการยังไม่เพิ่มกระบวนการเคมีในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะหากเส้นผมมีความเปราะบาง ขาดง่าย หรือเสียหายมากจากการฟอกและทำเคมีซ้ำ การยืดเพิ่มอาจทำให้โครงสร้างเส้นผมอ่อนแอลงกว่าเดิมได้

ผมเสียจากการทำสี ยืดได้ไหม ?

ผมที่ผ่านการทำสีมาไม่ได้หมายความว่าจะยืดไม่ได้เสมอไปเพราะสิ่งสำคัญคือระดับความเสียหายของเส้นผม โดยผมที่ทำสีแต่ยังแข็งแรง กับผมที่ผ่านการฟอกหลายครั้งจนแห้งและขาดง่าย ไม่ควรถูกประเมินเหมือนกัน ช่างต้องตรวจสภาพเส้นผมจริงก่อนว่าพร้อมสำหรับการยืดหรือไม่

อีกทั้งยังไม่มีระยะเวลาตายตัวว่าพักผมครบกี่สัปดาห์ถึงจะยืดได้ เพราะความพร้อมขึ้นอยู่กับสิ่งที่เคยทำกับเส้นผมและสภาพผมในขณะนั้น

ถ้าผมยังไม่พร้อมยืด ควรทำอย่างไร ?

หากช่างประเมินแล้วพบว่าเส้นผมยังอ่อนแอ อาจแนะนำให้พักการฟอก ทำสี หรือบริการเคมีอื่นเพิ่มเติม พร้อมลดการใช้ความร้อนและดูแลสภาพผมก่อน แล้วจึงกลับมาประเมินอีกครั้ง

ในช่วงนี้ MOGA มีโปรแกรมทรีตเมนต์สำหรับเส้นผมที่สามารถเลือกให้เหมาะกับระดับความเสียหายของแต่ละคน โดย Molecular Refill เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ใช้ดูแลผมเสียจากการทำเคมี ด้วยกรดอะมิโนซึ่งเป็นองค์ประกอบของเคราตินที่ช่วยเติมเต็มบริเวณที่เสียหายภายในเส้นผม เพื่อเสริมความแข็งแรงและเตรียมสภาพผมก่อนรับบริการเคมีครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการยืด ดัด หรือทำสี

อย่างไรก็ตาม การบำรุงมีเป้าหมายเพื่อดูแลเส้นผมที่มีอยู่ให้มีสภาพดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้และลดความเสียหายเพิ่มเติม ไม่ได้ทำให้เส้นผมส่วนที่เสียโครงสร้างไปแล้วกลับมาเป็นเส้นผมใหม่ทั้งหมด ดังนั้น ก่อนกลับมาทำเคมี ช่างจะประเมินสภาพเส้นผมอีกครั้งและวางแผนบริการให้เหมาะกับแต่ละคน

ควรยืดผมบ่อยแค่ไหน ? ต้องดูมากกว่าแค่จำนวนเดือน

โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการยืดผมถาวรสามารถอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ขณะที่เส้นผมที่งอกขึ้นมาใหม่จะยังคงมีลักษณะหยิกหรือหยักศกตามธรรมชาติเดิม

แต่คำถามที่ว่าควรยืดผมบ่อยแค่ไหนนั้นไม่ควรใช้จำนวนเดือนเป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว เพราะแต่ละคนมีอัตราการงอกของเส้นผมและระดับความหยิกแตกต่างกัน

สัญญาณที่ควรกลับมาให้ช่างประเมินอีกครั้ง

อาจถึงเวลาปรึกษาช่างเมื่อ

  • โคนผมใหม่ยาวขึ้นจนเห็นความแตกต่างจากส่วนที่เคยยืดชัดเจน
  • ความหยิกหรือความฟูบริเวณโคนเริ่มทำให้จัดทรงยาก
  • ทรงเดิมเริ่มเสียรูปเมื่อผมยาวขึ้น
  • มีแผนทำสีหรือบริการเคมีอื่น และต้องการวางแผนร่วมกับการยืด

การกลับมาปรึกษาช่างไม่ได้หมายความว่าจะต้องยืดใหม่ทั้งศีรษะทุกครั้ง หากช่วงกลางและปลายยังตรงและมีสภาพดี ช่างอาจพิจารณาดูแลเฉพาะส่วนที่งอกใหม่แทน

ทำไมไม่ควรยืดซ้ำบ่อยเกินไป ?

เส้นผมส่วนที่ผ่านการยืดแล้วไม่สามารถงอกใหม่หรือฟื้นกลับมาเป็นเส้นผมเดิมได้ การนำส่วนเดิมไปผ่านกระบวนการเคมีซ้ำโดยไม่จำเป็นจึงอาจทำให้เส้นผมแห้ง เปราะ และขาดง่ายขึ้น

ช่างจึงต้องดูว่าแต่ละช่วงของเส้นผมเคยผ่านอะไรมาบ้าง ก่อนตัดสินใจว่าจะลงผลิตภัณฑ์ในบริเวณใด แทนการยืดซ้ำตั้งแต่โคนถึงปลายทุกครั้ง

ดูแลผมหลังยืดอย่างไรให้ตรงสวยและจัดทรงง่าย ?

การดูแลหลังยืดไม่ได้มีผลเพียงแค่ความตรงในช่วงแรก แต่ยังมีผลต่อสภาพผมในระยะยาว โดยเฉพาะหากมีแผนทำสี ดัด หรือยืดอีกในอนาคต

48 ชั่วโมงแรกหลังยืด

สำหรับบริการยืดผมของ MOGA แนะนำให้หลีกเลี่ยงการสระผมในช่วง 48 ชั่วโมงแรก และไม่ควรใช้ความร้อนสูงในการจัดแต่งผมโดยไม่จำเป็น เพื่อให้เส้นผมคงรูปหลังการยืดได้อย่างเหมาะสม

ในช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงการรวบหรือผูกผม การม้วนผม รวมถึงการใช้กิ๊บหรืออุปกรณ์ที่กดทับเส้นผม เพราะอาจทำให้เกิดรอยพับหรือรอยหยักบนผมที่เพิ่งผ่านการยืดมาได้ อีกทั้งยังควรระวังไม่ให้เส้นผมเปียกชื้นจากเหงื่อหรือฝนมากเกินไป และไม่ควรทัดผมไว้หลังใบหูเป็นเวลานาน เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดรอยงอตามรูปทรงที่กดทับเส้นผม

หลังจากช่วง 48 ชั่วโมงแรก ควรดูแลเส้นผมตามคำแนะนำของช่าง เพราะสภาพผมและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับแต่ละคนอาจแตกต่างกัน

ดูแลความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ

หลังยืดผม ควรเลือกแชมพู ครีมนวด และผลิตภัณฑ์บำรุงให้เหมาะกับเส้นผมที่ผ่านการทำเคมี เพื่อช่วยดูแลความชุ่มชื้นและลดการแห้งเปราะของเส้นผม รวมถึงควรลดการใช้เครื่องหนีบหรือความร้อนสูงซ้ำ ๆ หากไม่จำเป็น

สำหรับการดูแลผมหลังยืดที่บ้าน ช่าง MOGA แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ตามสภาพเส้นผมของแต่ละคน โดยสามารถพิจารณาผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของรูทีนได้

  • Aveda Botanical Repair Strengthening Shampoo 200ml สำหรับทำความสะอาดเส้นผมในรูทีนดูแลผมที่ผ่านการทำเคมี
  • Aveda Botanical Repair Strengthening Conditioner 200ml ใช้คู่กับแชมพูเพื่อเพิ่มขั้นตอนการบำรุงหลังสระ โดยเฉพาะช่วงกลางถึงปลายผมที่มักแห้งกว่าส่วนโคน
  • Milbon Heat Protective Mist 120ml เหมาะสำหรับใช้ก่อนจัดแต่งทรงด้วยความร้อนในวันที่จำเป็นต้องเป่าหรือเซตผม

หากหลังยืดเริ่มรู้สึกว่าผมแห้ง พันกันง่าย หรือปลายผมเปราะมากขึ้น ควรกลับมาให้ช่างประเมินสภาพเส้นผมก่อนเลือกผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมหรือวางแผนทำสี ดัด หรือยืดครั้งถัดไป เพราะการดูแลที่เหมาะสมควรพิจารณาจากสภาพผมจริง ไม่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ชุดเดียวกันกับทุกคน

ผมตรงก็ควรดูมีวอลลุ่ม เพื่อเส้นผมที่มีสุขภาพดี 

หากต้องการให้ผมตรงแต่ไม่ลีบแบน ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องหนีบกดบริเวณโคนซ้ำทุกวัน แต่ควรจัดทรงตามทิศทางที่ช่างออกแบบไว้ และเลือกวิธีเป่าให้ช่วยยกโคนหรือรักษารูปทรงตามธรรมชาติ

หากคุณกำลังลังเลว่าผมบาง ผมฟู ผมหยิก หรือผมที่ผ่านการทำสีควรยืดแบบไหน ที่ MOGA ช่างของเราจะเริ่มจากการประเมินสภาพเส้นผม ประวัติการทำสี ฟอก ดัด หรือยืดที่ผ่านมา รวมถึงรูปหน้าและทรงที่ต้องการ เพื่อออกแบบบริการยืดผมถาวรให้เหมาะกับแต่ละคน โดยคำนึงถึงทั้งความตรง วอลลุ่ม และการทิ้งตัวของเส้นผม เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและจัดทรงต่อเองได้ง่าย ด้วยแนวทางการบริการแบบ Japanese-style และเทคนิคที่ผ่านการศึกษาและพัฒนาผ่าน MOGA Academy ที่สำคัญช่างทำผมที่มีความเชี่ยวชาญของเรา จะวางแผนการดูแลตามสภาพผมจริง เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

สามารถนัดหมายเพื่อปรึกษาช่าง MOGA ล่วงหน้าได้ที่ LINE @MOGA หรือเลือกสาขาที่สะดวกจากเว็บไซต์ MOGA

ข้อมูลอ้างอิง

  • Impact of Acid (“Progressive Brush”) and Alkaline Straightening on the Hair Fiber: Differential Effects on the Cuticle and Cortex Properties. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม จาก https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10075350/
  • Effects of Chemical Straighteners on the Hair Shaft and Scalp. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35058079/
  • The Susceptibility of Disulfide Bonds to Modification in Keratin Fibers Under Tensile Stress. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม จาก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35477858/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยืดผม (FAQs)

Q : ผมบางมากแต่ไม่อยากดัด มีวิธียืดผมแบบไหนที่ยังช่วยให้ผมดูมีวอลลุ่มได้บ้าง ?

A : สำหรับคนผมบางหรือผมเส้นเล็ก การยืดไม่จำเป็นต้องทำให้ผมตรงแนบหนังศีรษะทั้งหมด ช่างสามารถออกแบบระดับความตรงโดยคำนึงถึงวอลลุ่มบริเวณโคน พร้อมปรับรูปทรงและน้ำหนักของปลายผมให้เหมาะกับปริมาณผมและรูปหน้า เพื่อให้ผมเรียบและจัดทรงง่ายขึ้นโดยไม่ดูลีบแบนจนเกินไป

Q : ผมฟูและแห้งจากการหนีบผมบ่อย ควรยืดถาวรเลยไหม ?

A : ไม่ควรตัดสินจากความฟูเพียงอย่างเดียว เพราะการหนีบผมด้วยความร้อนบ่อยอาจทำให้เส้นผมแห้ง เปราะ และขาดง่าย จึงควรให้ช่างประเมินทั้งสภาพเส้นผมและไลฟ์สไตล์ก่อน หากเส้นผมยังอ่อนแอ อาจเหมาะกับการลดการใช้ความร้อนและดูแลสภาพผมก่อน ส่วนผู้ที่ชอบสลับกลับไปไว้ผมหยักศกหรือมีลอนตามธรรมชาติบ่อย การยืดถาวรอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะที่สุด เพราะผมส่วนที่ผ่านการยืดแล้วจะคงความตรงไว้จนกว่าจะตัดออก หากต้องการเพียงลดความฟูหรือจัดการเฉพาะบางบริเวณ สามารถปรึกษาช่างเรื่องการยืดเฉพาะจุดหรือปรับระดับความตรงให้เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันได้

Q : ผมหยิกธรรมชาติแต่ไม่อยากให้ผมตรงจนดูแข็งทื่อ สามารถยืดผมได้ไหม ?

A : ได้ โดยไม่จำเป็นต้องยืดทุกส่วนให้ตรงแนบเท่ากัน ช่างสามารถพิจารณาระดับความหยิก ความแข็งแรงของเส้นผม รูปหน้า และวอลลุ่มที่ต้องการ ก่อนปรับวิธีหนีบและระดับความตรงให้เหมาะกับผลลัพธ์ที่ต้องการ

Q : ทำสีหรือฟอกจนผมแห้ง ควรพักนานแค่ไหนก่อนกลับมายืดผมอีกครั้ง ?

A : ไม่มีระยะเวลาตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะต้องดูว่าผ่านการทำสีหรือฟอกมาแค่ไหน เคยทำเคมีอื่นร่วมด้วยหรือไม่ และสภาพผมในปัจจุบันเป็นอย่างไร หลังพักการทำเคมีแล้วจึงควรกลับมาให้ช่างประเมินความแข็งแรงของเส้นผมอีกครั้งก่อนตัดสินใจยืด

Q : ยืดผมแล้วผมร่วงเยอะถือว่าปกติไหม ?

A : ไม่ควรถือว่าผมร่วงมากผิดปกติเป็นเรื่องปกติหลังยืด และควรสังเกตก่อนว่าเป็นเส้นผมขาดบริเวณกลางเส้น หรือเป็นเส้นผมหลุดออกจากราก หากมีผมร่วงมากต่อเนื่อง มีอาการคัน แสบ แดง หรือมีความผิดปกติของหนังศีรษะ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะเพื่อหาสาเหตุที่เหมาะสม

Q : ยืดผมแล้วปลายผมแข็ง เป็นฝอย และขาดง่าย ควรทำอย่างไร ?

A : ควรหยุดเพิ่มความร้อนหรือทำเคมีบริเวณที่เสียหายก่อน และให้ช่างประเมินว่าปลายผมเสียมากเพียงใด การบำรุงสามารถช่วยเรื่องความชุ่มชื้น สัมผัสของเส้นผม และลดการพันกันได้ แต่ไม่สามารถทำให้เส้นผมส่วนที่เสียโครงสร้างมากแล้วกลับมาเหมือนเส้นผมใหม่ได้ทั้งหมด บางกรณีจึงอาจต้องค่อย ๆ ตัดส่วนที่เสียออกควบคู่กับการดูแลส่วนที่เหลือ

พร้อมจองคิวและเลือกสาขาที่สะดวกสำหรับคุณได้ที่นี่
พร้อมจองคิวและเลือกสาขา
ที่สะดวกสำหรับคุณได้ที่นี่

We use cookies to improve performance and provide you with a better experience while using our website. You can learn more in our Privacy Policy, and you can manage your privacy settings by clicking Settings.

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie preferences by enabling or disabling cookies in each category as desired, except for strictly necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า